SET Index ปรับขึ้นทะลุ 1,700 จุด แพงหรือยัง (ตอนที่ 1 PE Ratio)

383

     ตลาดหุ้นไทย (SET) เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 หรือ กว่า 42 ปีที่แล้ว จากสถิติพบว่ามีเพียง 2 ปีเท่านั้นที่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ หรือ SET Index ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,700 จุด โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมพ.ศ.2537 โดย SET Index ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 1,789 จุด แต่จากนั้นมาเราแทบไม่เคยเห็นดัชนีขึ้นไปที่ระดับนั้นได้อีกเลย จนมาถึงปีนี้ SET Index ปรับขึ้นทะลุ 1,700 จุด ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 24 ปี หรือกว่า 2 ทศวรรษ จึงไม่แปลกใจเลยที่นักลงทุนทั้งรุ่นเก่าและใหม่ จะตั้งคำถามว่า SET Index ที่ระดับ 1,700 จุด ตอนนี้แพงไปแล้วหรือยัง

SET Index ปรับขึ้นทะลุ 1,700 จุด แพงหรือยัง (ตอนที่ 1 PE Ratio) โดย สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์และกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน)

     วิธีที่เราจะตอบข้อสงสัยว่าตลาดถูกหรือแพงก็มีหลากหลายวิธีทั้งในเชิงของพื้นฐานและเชิงเทคนิค แต่ในที่นี้เราจะเน้นที่หลักสถิติและปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักและเป็นวิธีที่นักลงทุนค่อนข้างคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เนื่องจากมีวิธีและหลักคิดเหมือนกับการประเมินมูลค่าหุ้นจึงคิดว่าท่านนักลงทุนที่อ่านบทความนี้น่าจะทำความเข้าใจไปพร้อมกันได้  นั่นคือ 1) การประเมิน PE ของตลาด 2) ประเมินราคาต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (PBV) 3) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) และ 4) ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตลาดเทียบกับผลตอบแทนของพันธบัตร (Earning yield gap)

     เริ่มที่วิธีแรกกันเลยครับ ประเมินจาก PE Ratio วิธีนี้นักลงทุนจะใช้การเทียบค่า PE ในอดีต และ เทียบกับกลุ่มหรือตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน การเทียบค่าในอดีตจะเทียบกับค่าเฉลี่ย (Mean) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ส่วนกำไรต่อหุ้นของตลาด (EPS) ก็จะแตกต่างกันไป หากเป็นนักลงทุนทั่วไปที่ไม่มีการคาดการณ์ค่า EPS ของตลาดก็จะใช้ EPS ย้อนหลัง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะจัดทำและเผยแพร่เป็นข้อมูล EPS 4 ไตรมาสย้อนหลังค่า PE ที่ได้จะเรียกว่า Tailing PE ส่วนนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ EPS ที่เป็นตัวเลขคาดการณ์ค่า PE ที่ได้จะเรียกว่า Forward PE โดยในคอลัมน์นี้เราจะใช้ค่าForward PE มาอธิบายกันครับ

     จากรูปด้านล่างจะเห็นว่า ข้อมูลย้อนหลังในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะมีค่า PE เฉลี่ยที่ 13.1 เท่า และกรอบการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง +/-1SD (PE ที่10.9-15.4 เท่า) ขณะที่ SET Index ที่ระดับ 1,716 จุด (ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2560) จะมีค่า Forward PE ที่ 15.7 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่า +1SD ที่ 15.4 เท่า ดังนั้นหากเราเทียบกับค่าในเฉลี่ยในอดีตจะบอกได้ว่า SET Index ระดับปัจจุบันเริ่มตึงตัวหรือเข้าสู่ภาวะที่เริ่มแพงบ้างแล้วทำให้โอกาสที่ดัชนีในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways มากกว่าที่จะปรับขึ้นต่อ อย่างไรก็ตามต้องอย่าลืมว่า ค่า Forward PE ที่เราใช้ยังเป็นค่า EPS คาดการณ์ในปีนี้ ซึ่งบล.กรุงศรีคาด EPS ตลาดปีนี้ที่ 109  แต่ถ้าเราปรับใช้คาดการณ์ EPS ในปีหน้าซึ่ง บล.กรุงศรี คาดไว้ที่ 118 คิดเป็นอัตราการเติบโต EPS growth ที่ 8% ค่า Forward PE ปีหน้าจะลดลงเป็น 14.54 เท่า ทำให้เป้า SET index ณ สิ้นปีหน้ายังมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้อีก เบื้องต้นหากเราอิง Forward PE ที่ +1SD หรือ PE 15.4 เท่าจะได้เป้า SET Target ณ สิ้นปี 2561 ที่ 1,800 จุด แต่อย่างไรก็ดีเพื่อให้การวิเคราะห์เป็นไปอย่างถูกต้องและยืนยันหลักคิด เราจะต้องวิเคราะห์ความถูกแพงด้วยเครื่องมือที่เหลืออีกเพิ่มเติมซึ่งยังเหลืออยู่อีก 3 วิธี นะครับ (PBV, Dividend Yield และ Earning yield gap) เดี๋ยวเราจะมาตามกันต่อในฉบับหน้ากันครับ