Set Index ปรับขึ้นทะลุ 1,700 จุด แพงหรือยัง (ตอนที่ 3 Earning yield gap)

247

ผ่านไปแล้วสำหรับ 3 เครื่องมือที่ใช้วัดความถูกแพงของตลาด คือ PE, PBV, และ Dividend yield ซึ่งให้คำตอบไปในทิศทางเดียวกันว่า SET Index ที่ระดับ 1,700 จุด ในปัจจุบันถือว่าแพง หรือ ปรับขึ้นสะท้อนผลประกอบการในปีนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่หมดเรายังเหลืออีกหนึ่งเครื่องมือคือการเทียบส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างการลงทุนในตลาดหุ้นกับผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงหรือพันธบัตรรัฐบาล หรือ ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ก็ คือ Earning yield gap

     ไปดูวิธีคำนวณ Earning yield gap กันเลยครับ เริ่มจากหาผลตอบแทนของตลาด ส่วนใหญ่นิยมใช้ค่าส่วนกลับ PEของตลาดเป็นตัวแทน เนื่องจากหาข้อมูลไม่ยากและง่ายในการคำนวณ สมมติว่าปัจจุบัน PE ของตลาดเท่ากับ 18.4 เท่า ส่วนกลับจะเท่ากับ 1/18.4 จะได้ค่าเท่ากับ 0.054 ทำหน่วยให้เป็นเปอร์เซนต์ จะได้ผลตอบแทนของตลาดเท่ากับ 5.4% หลังจากนั้นไปหาผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลส่วนใหญ่นิยมใช้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งปัจจุบันเท่ากับ 2.54% แค่นี้เราก็ได้ตัวแปรทั้ง 2 ตัวครบแล้วจากนั้นก็นำมาลบกันได้เลยครับ 5.4%-2.54% จะได้ค่า Earning yield gap ที่ 2.9% อธิบายได้ว่า การลงทุนในตลาดหุ้นตอนนี้ยังให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรอยู่ที่ 2.9% ครับนั่นหมายความว่าหากค่า Earning yield gap ยิ่งสูงยิ่งดีเพราะให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยงหรืออีกมุมหนึ่งบอกว่าตลาดหุ้นอยู่ในภาวะที่ถูกมากหรือ Bottom แล้ว ตรงกันข้ามหาก Earning yield gap ต่ำมากๆหรือติดลบ กำลังบอกว่าดัชนีเริ่มแพงแล้ว จะไปลงทุนในตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงแล้วได้ผลตอบแทนน้อยทำไมดังนั้น เราควรขายหุ้นแล้วไปลงทุนในพันธบัตรซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและไม่มีความเสี่ยงจะดีกว่า

     เหมือนเดิมครับค่า Earning yield gap ที่ได้เราได้มาเพียงค่าเดียวหรือช่วงเวลาเดียวมันคงบอกไม่ได้ว่า SET ตอนนี้ถูกหรือแพง ดังนั้นเราต้องไปเทียบกับอดีตดูครับว่าที่ผ่านมาค่า Earning yield gap ของตลาดบ้านเรามีค่าเฉลี่ยเท่าไหร่ หลังจากนั้นเราจึงนำค่า Earning yield gap ที่เราได้มาเปรียบเทียบหากต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากๆจะบอกได้ว่าดัชนีเริ่มแพง และหากสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากๆบ่งชี้ได้ว่าดัชนีตอนนี้ยังไม่แพงและยังน่าเข้าลงทุนได้ และจากรูป ด้านล่างจะเห็นว่า Earning yield gap ของตลาดหุ้นไทยมีค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเท่ากับ 3% ซึ่งใกล้เคียงกับค่า Earning yield gap ในปัจจุบันที่เราคำนวณได้ที่ 2.9% นั่นหมายความว่าหากเรานำผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไปเทียบกับผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลและเทียบกับค่าในอดีตจะบอกได้ว่าดัชนีที่ระดับ 1,700 จุด ในปัจจุบันนั้นยังไม่แพงมาก แต่เริ่มตึงตัวหรือ Upside เริ่มจำกัดแล้ว

     สรุปทั้ง 4 เครื่องมือ PE, PBV, Dividend yield และ Earning yield gap ให้คำตอบออกมาคล้ายคลึงกันคือ SET Index ที่ระดับ 1,700 จุด เริ่มแพงแล้ว แม้บางเครื่องมือ อาทิ PBV และ Earning yield gap จะบอกว่ายังไม่แพงแต่ก็เริ่มตึงตัวหรือมี Upside ที่จำกัดแล้ว นั่นหมายความว่า SET Index ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้คงจะเคลื่อนไหวแค่ Sideways เพื่อเป็นการพักฐานอยู่ที่ระดับ 1,700 จุด มากกว่าที่จะปรับขึ้นอย่างร้อนแรงเหมือนในช่วงเดือน ก.ย.และต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนปีหน้าดัชนีจะขึ้นต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนและปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่จะเกิดขึ้นซึ่งเราต้องไปติดตามดูกันอีกทีนะครับว่าปีหน้าจะเป็นอย่างไร (ปีนี้แพงปีหน้าอาจไม่แพงก็ได้หาก EPS ของตลาดยังเพิ่มขึ้นเพราะทั้ง 4 เครื่องมือที่เราใช้กันส่วนใหญ่ใช้ข้อมูล EPS ในอดีตเป็นตัววัด)

     Disclaimer:  เอกสาร/รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งพิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม บมจ.หลักทรัพย์กรุงศรี มิอาจรับรองความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวได้ บทความดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดของผู้จัดทำเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงความเห็นหรือประมาณการต่างๆที่ปรากฏในเอกสาร/รายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าดังนั้นนักลงทุนโปรดใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบในการพิจารณาการลงทุน