2018 January effect มีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่?

1414

     เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแป๊ปเดียวก็เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2017 กันแล้ว ซึ่งบรรยากาศการลงทุนในช่วงท้ายปีก็จะเริ่มเบาบางลง โดยเฉพาะหลังช่วงเทศกาลวันคริสต์มาสยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะโดยสถิติย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามูลค่าการซื้อขายโดยเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยจะลดลงเกือบครึ่งเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนหน้า หรือสรุปง่ายๆก็คือในช่วงก่อนหน้ามูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 5-6 หมื่นล้านบาท พอเข้าสู่ช่วงคริสต์มาสมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นบ้านเราก็จะลดลงเป็น 3-4 หมื่นล้านบาท เหตุผลไม่ได้เป็นเพราะตลาดไม่ดีนะครับแต่เป็นเพราะนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติ นักลงทุนรายใหญ่ หรือแม้กระทั่งรายย่อยเองก็ต้องการหยุดพักผ่อนหลังจากที่เฝ้าลงทุนกันมาตลอดทั้งปี หรือจะอธิบายในเชิงพื้นฐานก็บอกได้ว่าเป็นชะลอการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในช่วงปลายปีและปีใหม่นั่นเองครับ

     เริ่มต้นปีใหม่กันดีกว่าครับว่าเราจะวางกลยุทธ์สำหรับปี 2018 กันอย่างไร แน่นอนครับเปิดต้นปีมาคงจะมีการพูดถึงกันเยอะว่า January effect ในปี 2018 จะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะเชื่อว่าหลายๆคนอยากให้มันเกิดเพราะ January effect เป็นความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่า หุ้นมักจะปรับตัวขึ้นแรงในเดือนมกราคม อะๆอย่าพึ่งดีใจไปครับนั้นเป็นสถิติของตลาดหุ้นต่างประเทศเขา เหตุผลอาจจะเป็นเพราะนักลงทุนที่ขายปรับพอร์ตกันออกไปในช่วงปลายปีนั้นกลับมาซื้อคืน ส่วนสถิติตลาดหุ้นไทยต้องบอกว่าโอกาสที่จะเกิด January effect นั้น 50 : 50 ครับ เพราะจากการศึกษาข้อมูลในอดีตย้อนหลัง 15 ปี (2003-2017) พบว่าตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนมกราคมให้ผลตอบแทนเป็นบวกเพียง 8 ปีหรือคิดเป็น 53% ขณะที่อีก 7 ปี ให้ผลตอบแทนเป็นลบ อย่างไรก็ตามในช่วง 6 ปีย้อนหลังต้องบอกว่ามีโอกาสสูงถึง 83% ที่การลงทุนในเดือนม.ค.จะให้ผลตอบแทนเป็นบวก (ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 5 ปี และมีเพียง 1 ปีเท่านั้นที่ได้ผลตอบแทนเป็นลบ)

     จากตัวเลขสถิติก็ยังไม่สามารถสรุปได้อยู่ดีครับว่า January effect ในตลาดหุ้นบ้านเรานั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการเก็บข้อมูลถ้าเราเลือกตัวอย่างหรือชุดข้อมูลที่สั้นหน่อยก็บ่งชี้ได้ว่าตลาดหุ้นบ้านเรามีโอกาสสูงที่จะเกิด January effect แต่หากสุ่มเลือกตัวอย่างหรือช่วงเวลาที่ยาวหน่อยโอกาสที่จะเกิดนั้นก็จะลดลงหรือแทบจะ 50:50 เลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราคงต้องไปดูที่ปัจจัยพื้นฐานและ factor อื่นๆเพิ่มเติมแล้วครับว่าพอจะมีปัจจัย บวก/ลบ อะไรที่จะทำให้หุ้นในเดือน ม.ค.ขึ้นหรือลงได้บ้าง ถ้ามองที่ภาพใหญ่ อย่างเศรษฐกิจโลก และ เศรษฐกิจไทยต้องบอกว่ากำลังไปได้ดี อาจจะมีปัจจัยภายนอกเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์บ้างแต่ก็ไม่ได้กระทบอะไรมาก การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งกดดันให้ Fund Flow ไหลออก ก็น่าจะจบลงในเดือน ธ.ค.เว้นแต่หลังการประชุมเฟดจะส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้ามากกว่า 3-4 ซึ่งปัจจัยนี้อยู่เหนือการคาดหมายของตลาด(ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า 3-4 ครั้ง) ก็จะกดดันให้ Fund flow ไหลออกมากขึ้นหากกรณีนี้เกิดขึ้นโอกาสที่จะเกิด January effect คงเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตามเราคาดว่าเฟดคงจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจึงไม่น่ากังวลอะไร ส่วนปัจจัยในประเทศแรงกดดันกองทุน LTF ที่ถือครบ 5 ปีจะขายเพื่อไถ่ถอนเงินคืนคาดว่าจะมีไม่มาก (ซื้อเมื่อปี 2014)เนื่องจาก SET index ในช่วงปลายปี 2014 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,600 ทำให้มี Capital gain ประมาณ 10-15%ยังไม่มากพอที่จะจูงใจให้ขายทำกำไร ดังนั้นโอกาสที่การลงทุนในเดือน ม.ค.ปี 2018 มีความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกจึงมีมากกว่าแต่ก็คงจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบ Sideways ทำให้ Capital Gain ที่จะได้รับคงไม่มากเท่าไหร่

     Disclaimer:  เอกสาร/รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งพิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม บมจ.หลักทรัพย์กรุงศรี มิอาจรับรองความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลดังกล่าวได้ บทความดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดของผู้จัดทำเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงความเห็นหรือประมาณการต่างๆที่ปรากฏในเอกสาร/รายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าดังนั้นนักลงทุนโปรดใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบในการพิจารณาการลงทุน