โค้งสุดท้ายเงินยูโร

115

โดย คุณรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

หลังจากที่เราได้วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของฝั่งสหรัฐฯ มาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ขอพูดถึงอีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจการเงินของกลุ่มยูโรโซน ซึ่งประกอบด้วยรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป 19 แห่งที่ใช้สกุลเงินยูโร

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แถลงหลังการประชุมเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่าจะยังคงอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น แม้กรรมการบางคนคัดค้านการตัดสินใจดังกล่าว โดยอีซีบีปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อสำหรับเขตยูโรโซน ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม อีซีบีระบุว่าจะต่ออายุมาตรการเข้าซื้อพันธบัตร หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) ออกไปจนถึงเดือนกันยายน 2561 แต่จะปรับลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรรายเดือนลงครึ่งหนึ่งเหลือ 3 หมื่นล้านยูโรต่อเดือนตั้งแต่ต้นปี 2561

แม้ตลาดคาดว่าอีซีบีจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจนกว่าจะถึงปี 2562 ก็ตาม แต่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง (กราฟด้านล่าง) จีดีพีของยูโรโซนเติบโต 18 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี PMI สำหรับภาคการผลิตปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของอีซีบี หนีไม่พ้นอัตราเงินเฟ้อซึ่งอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นระยะเวลานาน เช่นเดียวกับธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก แต่กรอบการดำเนินนโยบายการเงินของอีซีบีนั้นแตกต่างจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เนื่องจากการรักษาอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ระดับต่ำกว่า 2% เล็กน้อยถือเป็นภารกิจหลักอันดับหนึ่งของอีซีบี ส่วนเฟดจะให้ความสำคัญกับภาวะการจ้างงานควบคู่กันไปด้วยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นของยูโรโซนอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากคลายความวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ยุโรปอาจล่มสลาย (Existential Risk Premium) ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองของภาคพื้นยุโรปที่สดใสมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายชาตินิยมสุดโต่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ส่วนแคว้น
กาตาลุญญาประสบความล้มเหลวในการเรียกร้องเอกราชแบบเบ็ดเสร็จจากรัฐบาลสเปน เรามองว่าหลังจากการปรับสถานะการลงทุนช่วงสิ้นปีผ่านพ้นไป เงินยูโรจะแข็งค่าขึ้นในปี 2561 จากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง หากแรงส่งเชิงบวกนี้ยังมีความต่อเนื่องต่อไป อาจส่งผลให้อีซีบีตัดสินใจปรับสมดุลนโยบายจากระดับที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษได้เร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้

Bloomberg, ธนาคารกลางยุโรป, กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์