
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านยังไม่สามารถบรรลุได้
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ที่ผ่านมาว่า การเจรจาหยุดยิงกับอิหร่านอยู่ในภาวะวิกฤต โดยสหรัฐฯ ไม่สามารถตกลงในข้อเรียกร้องของอิหร่านที่ต้องการให้ยุติการสู้รบในทุกแนวรบได้ การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ การยกเลิกการคว่ำบาตรของน้ำมันดิบอิหร่าน และการชดเชยความเสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้น
(+) สำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ หรือ EIA ประเมินการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปก ที่ปรับลดลง 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน เม.ย. 69 ซึ่งเป็นการปรับตัวสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเกือบทั้งหมด โดยนักวิเคราะห์บางส่วนได้คาดการณ์ว่าความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้เกิดช่องว่างของอุปทานถึง 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันดิบอาจมีแนวโน้มเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำมัน หากปริมาณน้ำมันดิบสำรองเชิงยุทธศาสตร์ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ในระดับ ที่จำกัดจากการขาดแคลนน้ำมันดิบที่เกิดขึ้น
(+/-) สำนักข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนพ.ค. 69 ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันและก๊าซ จากผู้ผลิตในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หากช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง และสามารถเดินเรือได้เป็นปกติ อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยจนถึงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 เพื่อที่จะให้การผลิตน้ำมันและการค้ากลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้ง

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

































