วันอังคาร 29 กันยายน 2026

SET MSCI ไม่พ่นพิษ! ยันพื้นฐานไทยแกร่ง Q3/69งัดมาตรการคุมเข้มHFT

มิติหุ้น – ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อให้การใช้บังคับตามมาตรการดังกล่าวสามารถยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องตามแผนกลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”  ดังนั้น เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีข้อมูลประกอบการพิจารณาทบทวนอย่างรอบด้าน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องในหัวข้อ “การปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น” ตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งสาระสำคัญของมาตรการที่ทบทวนในครั้งนี้สามารถสรุปได้ดังนี้

กลุ่มที่ 1 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อยกระดับคุณภาพตลาด เสริมสร้างความเท่าเทียม (Fairness) และประสิทธิภาพของตลาดในเชิงโครงสร้างและต้นทุน

  1. ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size)สำหรับหลักทรัพย์ที่มีราคาตั้งแต่ 5-50 บาทต่อหุ้นให้แคบลง ช่วยลดส่วนต่างราคา เพิ่มโอกาสจับคู่คำสั่งซื้อขาย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการซื้อขายของผู้ลงทุนทุกกลุ่มลดลง และเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด
  2. เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Extra Charge)จากบัญชีที่มีการส่งคำสั่งซื้อขาย (Order) ในปริมาณมากแต่เกิดการจับคู่การซื้อขาย (Deal) น้อย (High Order-to-Trade Ratio: OTR)  โดยในกรณีที่บัญชีใดมี OTR มากกว่า 100 เท่า และมีการส่งคำสั่งมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที (Active Minute) บัญชีดังกล่าวจะถูกจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ (15 สตางค์) เฉพาะส่วนที่เกิน 30,000 รายการ/วัน ทั้งนี้ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการส่งคำสั่งซื้อขายและลดภาระของระบบซื้อขายโดยรวม

กลุ่มที่ 2 มาตรการลดความผันผวนที่ผิดปกติของราคาหลักทรัพย์

  1. ปรับปรุงUptick Rule สำหรับการขายชอร์ต ในกรณีที่หลักทรัพย์ใดมีราคาลดลงตั้งแต่ 10% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า จะใช้เกณฑ์ Uptick เป็นรายหลักทรัพย์สำหรับหลักทรัพย์นั้นในวันทำการถัดไป เพื่อช่วยชะลอแรงขายในช่วงที่ตลาดผันผวน และรักษาสมดุลควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสภาพคล่อง และต้นทุนการซื้อขาย ทั้งนี้ หากเป็นสภาวะปกติจะใช้เกณฑ์ Zero-Plus Tick
  2. ทบทวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้โดยจำกัดให้ขายชอร์ตได้เฉพาะในหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้น ได้แก่หลักทรัพย์ในกลุ่ม SET100, หลักทรัพย์ประเภท ETF และ DR และหลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures เท่านั้น โดยจะห้ามขายชอร์ตในหลักทรัพย์อ้างอิงของ ETF และ DW
  3. ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบDynamic Price Band (DPB) รายหลักทรัพย์ เพื่อลดอุปสรรคในการซื้อขายโดยเฉพาะในหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ

กลุ่มที่ 3 มาตรการกำกับพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม

  1. ขึ้นทะเบียน (Register)ผู้ซื้อขายความเร็วสูง (HFT) โดยจะเปลี่ยนไปใช้แนวทางการพิจารณาจากพฤติกรรมการซื้อขายในลักษณะ Post-Trade เช่น ความถี่/ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย สถานะสิ้นวัน มูลค่าการซื้อขายรายวัน เป็นต้น หรือมีช่องทางการส่งคำสั่งซื้อขายสำหรับผู้ลงทุนเฉพาะราย (Dedicated API) เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามข้อเท็จจริงและสามารถติดตามพฤติกรรมการซื้อขายได้อย่างเหมาะสม
  2. ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่HFT ซื้อขายได้ เนื่องจากมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของหลักทรัพย์ที่สามารถขายชอร์ตได้ให้ครอบคลุมเฉพาะหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้น ประกอบกับจะมีการกำกับดูแล HFT ตามพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงแล้ว
  3. ยกเลิกMinimum Resting Time (MRT) เนื่องจากพบว่าธุรกรรมที่ Trigger ตามมาตรการนี้มีจำนวนน้อยมากซึ่งไม่ได้ส่งผลในเชิงการกำกับพฤติกรรมการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะเป็นการช่วยลดภาระในเชิงระบบ รวมทั้งยังไม่สอดคล้องตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกลไกการกำกับดูแลพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ อยู่แล้ว เช่น การใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรมการซื้อขายที่ผิดปกติ และมาตรการเก็บ Extra Charge กับบัญชีที่มีพฤติกรรม High OTR เป็นต้น

มุมมองต่อดัชนี MSCI ภาพรวมภาวะตลาดหุ้นไทย

ด้าน นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากการปรับสมดุล (Rebalance) ของดัชนี MSCI ที่ประกาศออกมา ไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อ Index ใหญ่ มีหุ้นบางตัวถูกนำเข้าสู่ Small Cap Index ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับน้ำหนักไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง (Liquidity) และ Market Cap ของหุ้นนั้นๆ เมื่อเทียบกับตลาดอื่น เช่น อินเดีย ที่เติบโตสูงมากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการดึงน้ำหนักไปจากไทย

สำหรับ Performanceในปีนี้ (Year-to-Date) ตลาดไทยยังเป็นบวกประมาณ 20% โดยมี Volume Liquidity เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 40-50%  ปัจจัยบวกจากรัฐบาลรัฐบาลประสบความสำเร็จในการโน้มน้าว ให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับ Outlook จาก Negative เป็น Stable ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายและมีความชัดเจน จะช่วยให้การปรับโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจดำเนินไปได้จริง

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นพร้อมรายละเอียดบนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ https://www.set.or.th/th/rules-regulations/market-consultation หัวข้อ “การปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น” โดยผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ https://forms.microsoft.com/r/EFQF82bt4c ตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569

“SET…The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon