วันศุกร์ 2 ตุลาคม 2026

ม.มหิดล ชี้มีรายงานวิจัย ‘นั่งไหล่ห่อ – คางยื่น’ ไม่ดีต่อสุขภาพขากรรไกร กระดูกสันหลัง เอว และคอ

มิติหุ้น – กว่าจะเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงเคี่ยวเข็นให้ “นั่งหลังตรง” ให้เป็นนิสัยตั้งแต่เด็ก ก็อาจต่อเมื่อร่างกายเกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรังจนต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์

อาจารย์ ดร. กภ.สิริกาญจน์ สมประสงค์ อาจารย์ประจำคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงข้อดีของการฝึก “นั่งหลังตรง” ว่า เป็นการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็น “การทรงท่า” ที่นอกจากจะช่วยลดเสี่ยงอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงานแล้ว หากได้ทำจนเป็นนิสัย อาจลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง เอว และคอ

นอกจากนี้ การทรงท่าที่ไม่ดีอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการทำงานของ “ข้อต่อขากรรไกร” ซึ่งหากมี “โรคร่วม” อาจจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย

สาเหตุสำคัญที่ทำให้การนั่ง “ไหล่ห่อ – คางยื่น” ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เนื่องจากมีรายงานวิจัยพบว่า การนั่งโดยยื่นศีรษะไปข้างหน้าเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนท่า จะส่งผลให้เกิด “แรงกด” ต่อ “ข้อต่อและหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอ”

อีกทั้งยังทำให้กล้ามเนื้อคอ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังข้อต่อขากรรไกรทำให้ยากต่อการเคลื่อนไหว จนอาจเกิดอาการ “ปวดข้อต่อขากรรไกร ปวดคอ หรือร้าวลงแขน” โดยนับวันยิ่งมีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นไม่เพียงเฉพาะในผู้ใหญ่

อาจารย์ ดร. กภ.สิริกาญจน์ สมประสงค์ กล่าวต่อไปว่า ก่อนเข้ารับการทำกายภาพบำบัด จำเป็นต้องพิจารณาถึง “โรคร่วม” ซึ่งหากมีปัญหาจาก “การสบฟัน” อาจจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาจาก “ทันตแพทย์” หากมีอาการ “ปวดหน้ากกหู” อาจจำเป็นต้องพบ “แพทย์เฉพาะทางโรคหู” หรือหากเกิดจาก “ความเครียด” จนทำให้เกิดอาการเกร็งจน “กัดฟันเวลานอน” อาจจำเป็นต้องพบ “จิตแพทย์” ร่วมด้วย ฯลฯ

การปรับสมดุลเพื่อลดอาการเจ็บปวดของข้อต่อขากรรไกรด้วยตัวเอง เริ่มต้นได้ด้วยการหมั่นฝึก “หย่อนขากรรไกร” โดยใช้วางลิ้นให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ดังภาพที่ 1 ด้านขวา “ลิ้นแตะเพดาน” เพื่อไม่ให้ขบฟัน และช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

นอกจากนี้ ยังควรฝึกการเคลื่อนไหวของลิ้นและข้อต่อขากรรไกร เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อต่อขากรรไกร และลิ้นผ่อนคลาย โดยใช้ลิ้นแตะที่ด้านหลังฟัน จุดสีแดงในภาพ 2 แล้วลากปลายลิ้นกลับไปทางด้านหลัง ตามทิศทางของลูกศร

หลังจากนั้นฝึกการเคลื่อนไหวของข้อต่อขากรรไกร โดยให้วางลิ้นไว้ที่ตำแหน่งเดิมแล้วฝึกการอ้าปากเท่าที่ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด หรือมีเสียงดัง ดังภาพที่ 3 วันละ 3 รอบ รอบละ 10 – 15 ครั้ง หรือเท่าที่จะทำได้ตามความรุนแรงของอาการ พักได้เมื่อปวด จนสามารถอ้าปากได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 เซนติเมตร หรือ 40 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความกว้างที่เพียงพอต่อการรับประทานอาหารได้โดยสะดวกด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ หากเกิดอุบัติเหตุจนกระทั่งบริเวณข้อต่อขากรรไกรเกิดอาการอักเสบบวมแดง ควร “ประคบเย็น” ด้วยเจลห่อผ้านาน 15 นาที ร่วมกับวิธีการอื่นๆ เช่น การใช้อัลตราซาวด์ และนวดกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถเข้ารับบริการได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งที่ศาลายา และปิ่นเกล้า ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.pt.mahidol.ac.th

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้คนไทยได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดี สู่ “สุขภาวะองค์รวม” (Holistic Well-being) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากมหาวิทยาลัยมหิดล “มหาวิทยาลัยผู้นำสุขภาวะ เพื่อประชาชน” สืบไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon