
มิติหุ้น – “เวียตเจ็ทไทยแลนด์” ฉลองครบ 10 ปี กางแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษใหม่ เดินหน้าปฏิวัติฝูงบิน Re-fleet สู่ Boeing 737-8 ช่วยลดต้นทุนน้ำมันพุ่ง 20% ตั้งเป้า 3–5 ปีข้างหน้า ดันฝูงบินทะยานแตะ 50 ลำ หนุนผู้โดยสารพุ่ง 15 ล้านคนต่อปี พร้อมลุยขยายรูตต่างประเทศ ปักธงร่วมดันไทยสู่ Aviation Hub ภูมิภาค
นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยภายในงานฉลองครบรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “10 Years of Dedication, A New Chapter Takes Flight” ว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ในปี 2559 สายการบินเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ให้บริการผู้โดยสารสะสมแล้วกว่า 50 ล้านคน และขนส่งสินค้ากว่า 100,000 ตัน สำหรับทิศทางธุรกิจระยะต่อไป จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมขยายฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบินอย่างเต็มกำลัง
เร่ง Re-fleet ประหยัดน้ำมัน 20%
หัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ คือการปรับเปลี่ยนฝูงบิน (Re-fleet) โดยทยอยปลดแพนด้าเก่าอย่าง Airbus A320 แล้วนำเครื่องบินรุ่นใหม่ Boeing 737-8 เข้ามาทดแทน ซึ่งมีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันสูงขึ้น สามารถลดการบริโภคน้ำมันลงได้ถึง 20% ช่วยบริหารจัดการและลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันอากาศยานที่ยังมีความผันผวน
ทั้งนี้ ตั้งเป้าสิ้นปี 2569 จะมีฝูงบินรวม 29 ลำ และวางโรดแมประยะ 3–5 ปี ขยายฝูงบินเพิ่มเป็น 50 ลำ เพื่อเพิ่มกำลังการให้บริการรองรับการเติบโตของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
กางแผนตักต้อนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ตั้งเป้าดันจำนวนผู้โดยสารรวมจากปัจจุบันประมาณ 8 ล้านคนต่อปี เพิ่มเป็น 15 ล้านคนต่อปี โดยเน้นรุกตลาดต่างประเทศเป็นหลัก วางเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารต่างชาติจาก 2 ล้านคน พุ่งสู่ 8 ล้านคน เพื่อรับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค
ด้านตลาดต่างประเทศ เตรียมเพิ่มความถี่เส้นทาง กรุงเทพฯ–โตเกียว เป็นวันละ 2 เที่ยวบิน พร้อมลุยเส้นทางโอซาก้า และฟุกุโอกะ ส่วนมาเลเซียเตรียมเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ–กัวลาลัมเปอร์ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ด้านตลาดเวียดนาม/อินโดนีเซีย เตรียมขยายสู่ ญาจาง/กัมรัญ และจาการ์ตา สำหรับตลาดจีน เตรียมเพิ่มจุดบินใหม่ ได้แก่ ชิงเต่า (Qingdao) และกุ้ยหลิน (Guilin) จากเดิมที่มี ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และหางโจว
และในส่วนตลาดในประเทศมเน้นอัดความถี่เที่ยวบินในเส้นทางศักยภาพสูง เช่น อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี โดยบางเส้นทางเตรียมเพิ่มความถี่จากวันละ 2 เที่ยว เป็น 4–5 เที่ยวบินต่อวัน
ไฮซีซัน Cabin Factor แตะ 90%
นอกจากนี้ ยังชูกลยุทธ์บริการ Sky ConX เชื่อมต่อเที่ยวบินจากสนามบินภูมิภาคเข้าสู่เที่ยวบินระหว่างประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิแบบต่อเครื่องสะดวก (ประมาณ 2 ชั่วโมง) เช็กอินและโหลดสัมภาระรวดเดียวจากต้นทาง เช่น อุดรธานี–โตเกียว หรือ อุดรธานี–โอซาก้า เพื่อกระจายรายได้การท่องเที่ยวสู่เมืองภูมิภาค
ด้านผลการดำเนินงาน ช่วง Low Season เดือนกันยายน สายการบินมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Cabin Factor) อยู่ในระดับสูงกว่า 80% ขณะที่ไตรมาส 4/2569 ซึ่งเข้าสู่ High Season มียอดจองล่วงหน้าเข้ามาอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเส้นทางญี่ปุ่นและไทเป คาดการณ์ทั้งไตรมาสจะพุ่งสูงถึง 87–90%
ยกระดับบริการ-คุมต้นทุนแกร่ง
ด้านการบริการ เตรียมเปิดตัวระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน “Blueview” (In-flight Entertainment: IFE) ในไตรมาส 4/2569 ให้ผู้โดยสารเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวเพื่อชมภาพยนตร์ ฟังเพลง ได้ฟรี พร้อมเปิดตัวเมนูใหม่จาก Sky Café อาทิ “สปาเก็ตตี้แกงเผ็ดเป็ดย่าง”
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงยึดมั่นการบริหารจัดการต้นทุนในรูปแบบ Ultra Low-Cost Carrier (ULCC) บริหารราคาตั๋วให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง ควบคู่การทำโปรโมชัน และเน้นรูปแบบบริการเสริม (Ancillary Service) ให้ผู้โดยสารเลือกซื้อตามความต้องการได้อย่างลงตัว
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


































