
มิติหุ้น – ในบรรดาหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หลาย ๆ ตัวที่ทำความรู้จักกันที่ผ่านมาเป็นตัวที่ไม่คุ้มครองเงินต้นทั้งนั้น เนื่องด้วยเวลาที่หลักทรัพย์อ้างอิงปรับตัวลง อาจเป็นโอกาสให้นักลงทุนรับหลักทรัพย์อ้างอิงนั้นเข้าพอร์ต แต่หากราคาหลักทรัพย์อ้างอิงอยู่ในช่วงขาลง อาจทำให้นักลงทุนมีโอกาสขาดทุนเพิ่มได้ด้วย แต่โลกไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น เพราะในบรรดาหุ้นกู้อนุพันธ์ที่พบเจอมา ก็มีบางตัวที่ “คุ้มครองเงินต้น” เหมือนกัน เจ้าตัวนั้นชื่อว่า PPN – Principal Protected Note
PPN มีโครงสร้างคล้ายกันกับ ELN แต่ส่วนที่แตกต่างกันก็คือตัวตราสารหนี้ที่เอามาใช้ มักจะไม่ใช่ Zero Coupon Bond แต่อาจเป็นตราสารหนี้ชนิดอื่น เช่น Promissory Note (P/N) หรือตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น โดยนักลงทุนจ่ายเงินลงทุนเต็มจำนวน ตามจำนวนที่ต้องการลงทุน และรับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ยกตัวอย่างเช่น
นาย ก. ซื้อ PPN วงเงินลงทุน 1,000,000 บาท อ้างอิงบนหุ้น PTT ที่ราคาใช้สิทธิ 40 บาท หากวันครบกำหนดอายุ ราคา PTT สูงกว่า 40 บาท นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ย 2% แต่หากราคา PTT น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40 บาท นักลงทุนจะได้รับเงินต้นคืนเป็นจำนวน 1,000,000 บาท เต็มจำนวน (ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง)
คำถามคือ ถ้าเป็นแบบตัวอย่างข้างต้น ผู้ออกจะได้รับผลตอบแทนจากอะไร?
คำตอบคือ ปกติ PPN จะกำหนดผลตอบแทนเป็น Participation Rate เช่น 80% หรือ 70% เป็นต้น ดังนั้น หากผู้ออกบริหารผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงได้ 100 บาท นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 80 บาท หรือ 70 บาท แล้วแต่กำหนดในเงื่อนไขการลงทุน
ตัวอย่าง
PPN อายุ 6 เดือน อ้างอิงบนดัชนีหลักทรัพย์ SET50
มูลค่าลงทุน 1,000,000 บาท
Participation Rate 70%
หากวันครบกำหนดอายุ ดัชนีหลักทรัพย์ SET50 ปรับตัวขึ้นไป 10%
นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทน = 1,000,000 * 7% = 70,000 บาท
ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง
แต่หากวันครบกำหนดอายุ ดัชนีหลักทรัพย์ SET50 คงที่ หรือ ต่ำกว่าระดับดัชนีเมื่อเริ่มต้นลงทุน นักลงทุนจะได้รับเงินต้น 1,000,000 บาท คืน
อย่างไรก็ตาม แม้มันจะขึ้นชื่อว่าเป็นตราสารคุ้มครองเงินต้น แต่ PPN ก็มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเช่นกัน ได้แก่
1) ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ซึ่งความเสี่ยงนี้ขึ้นกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออก PPN
2) PPN มีเงื่อนไขการลงทุนที่แตกต่างกัน บางครั้งอาจพบ PPN ที่มีการใช้ Barrier / Cap หรือ Participation Rate ที่มีเงื่อนไขซับซ้อน ทำให้ผลตอบแทนแตกต่างจากผลตอบแทนของสินทรัพย์อ้างอิง
3) PPN ส่วนใหญ่ไม่สามารถไถ่ถอนก่อนครบกำหนดอายุได้ แต่กรณีที่นักลงทุนมีความจำเป็นต้องไถ่ถอน หรือ ผู้ออกเปิดเงื่อนไขการไถ่ถอนระหว่างอายุได้ การไถ่ถอนก่อนครบกำหนดมีโอกาสทำให้นักลงทุนได้รับเงินต้นคืนบางส่วน คล้ายกับการเวนคืนประกันชีวิตนั่นเอง
ผู้ออก PPN จะนำเงินที่ได้รับจากนักลงทุนไปบริหารการลงทุนต่อ ดังนั้น ในส่วนของ Participation rate ที่หายไป เช่น กำหนด Participation rate 80% แสดงว่าหากผลตอบแทนเป็น 100 บาท นักลงทุนได้ 80 บาท ผู้ออกได้ 20 บาท ส่วนที่เป็น 20 บาทตรงนี้ ก็จะมาจากการคำนวณต้นทุนการบริหารและค่าใช้จ่ายของผู้ออกนั่นเอง
กองทุนที่ลงทุนใน PPN อาจจะเรียกรวม ๆ กับ Term Fund ต่าง ๆ ดังนั้น หากนักลงทุนต้องการลงทุนในกองทุนประเภทนี้ อย่าลืมอ่านเงื่อนไขการรับผลตอบแทนให้ชัดเจน รวมทั้งความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ออก เครดิตเรทติ้ง และรวมทั้งเงื่อนไขการรับผลตอบแทนที่เกี่ยวข้อง
อย่าลืมติดตามเรื่องราวของการลงทุนต่าง ๆ ได้ทางคอลัมน์เงินรอบโลก โดย รษิกา ได้ทุกช่องทางของมิติหุ้น หากมีเรื่องไหนที่อยากรู้ อยากถาม ก็สอบถามผ่านทางมิติหุ้นมาได้เลย แล้วจะเอามาเขียนให้ในครั้งต่อ ๆ ไปนะคะ
ขอให้ลงทุนอย่างมีความสุข
========================
Did You Know?
PPN มักมีผลตอบแทนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับ PPN เหตุผลเพราะว่าบริหารเงินลงทุนนั้นต่างกัน และผู้ออกเองก็ต้องพยายามรักษาเงินต้นเพื่อจ่ายคืนนักลงทุนเช่นกัน ทางเลือกในการลงทุน PPN จึงมักเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มตลาดขาขึ้น หรือเริ่มที่จะเป็นขาขึ้น มีความเสี่ยงขาลงน้อย ซึ่งจะมีโอกาส win ผลตอบแทนที่คาดหวังได้ดีกว่า
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


































