วันศุกร์ 9 ตุลาคม 2026

HPE เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรม AI สำหรับองค์กร เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์เจเนอเรชันใหม่ ขุมพลังซีพียูจาก AMD

มิติหุ้น – เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen13 4 รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วย AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย และการจัดการอัตโนมัติ ปรับแต่งประสิทธิภาพเพื่อรองรับ Agentic AI และ Inference ตอกย้ำความน่าเชื่อถือด้วยนวัตกรรมที่สั่งสมมากว่า 30 ปี

HPE (NYSE: HPE) ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen13 ชุดแรกจำนวน 4 รุ่น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ เจเนอเรชันที่ 6 ระบบใหม่นี้ช่วยขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผล, หน่วยความจำ และ I/O เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการใช้งาน Agentic AI และ Inference, งานวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics), Virtualization, Simulation และ Modeling พร้อมยกระดับความปลอดภัย ลดความซับซ้อนในการทำงาน และมอบความน่าเชื่อถือครอบคลุมสภาพแวดล้อมไอทีแบบกระจายศูนย์ (Distributed IT Environments)

เมื่อระบบ AI พัฒนาจากการสร้างข้อมูลเชิงลึก (Insights) ไปสู่การลงมือปฏิบัติงานได้โดยอัตโนมัติ (Autonomous Action) ความเชื่อมั่นในระบบจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการขยายสเกลงาน ผลสำรวจ 2026 AI Trust Maturity Survey ของ McKinsey พบว่าเกือบ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ความกังวลด้านความปลอดภัย และความเสี่ยงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการขยายการใช้งาน Agentic AI[1] อย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงนี้ HPE ProLiant Gen13 ช่วยให้ลูกค้าก้าวข้ามอุปสรรคด้านความปลอดภัย และการดำเนินงาน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ ซึ่งผสานรวมนวัตกรรม HPE iLO8 เพื่อการป้องกันแบบอัตโนมัติ ความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมรองรับเทคโนโลยี Post-Quantum เข้ากับความสามารถในการมองเห็น (Visibility) และควบคุมระบบที่ดีขึ้นผ่าน HPE Compute Ops Management

คริสต้า แซตเทอร์ธเวต (Krista Satterthwaite) รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Compute ของ HPE กล่าวว่า“องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนการลงทุนใน Agentic AI และ Inference ให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจ โดยไม่ไปเพิ่มความซับซ้อน หรือความเสี่ยงในการดำเนินงาน สำหรับเวิร์กโหลดเหล่านี้ HPE ProLiant Gen13 ได้ผสานรวมประสิทธิภาพที่ปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติในตัว การปฏิบัติการอัจฉริยะ และความน่าเชื่อถือที่ผ่านการพิสูจน์แล้วเข้าไว้ด้วยกัน มอบรากฐานที่เชื่อถือได้ให้ลูกค้าในการยกระดับระบบให้ทันสมัย สร้างสรรค์นวัตกรรมตั้งแต่วันนี้ และปรับตัวรับกับความต้องการที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต”

แดน แมคนามารา (Dan McNamara) รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Compute and Enterprise AI ของ AMD กล่าวว่า “AI กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในแอปพลิเคชันและการทำงานที่เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งเปลี่ยนสิ่งที่องค์กรต้องการจากโครงสร้างพื้นฐานไปอย่างสิ้นเชิง ตลอดหลายเจเนอเรชันของซีพียู AMD EPYC และเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ทีมงานของเราได้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อเปลี่ยนความก้าวหน้าในการออกแบบโปรเซสเซอร์ และระบบให้เป็นคุณค่าที่ใช้งานได้จริงสำหรับลูกค้า และด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 และ HPE ProLiant Gen13 เรากำลังส่งมอบทั้งประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความยืดหยุ่นที่องค์กรต้องการเพื่อขยายขีดความสามารถของ AI ในขณะเดียวกันก็ช่วยปรับปรุงเวิร์กโหลดสำคัญที่ธุรกิจต้องพึ่งพาให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น”

ประสิทธิภาพพร้อมรองรับ AI สำหรับเวิร์กโหลดระดับองค์กร

HPE ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านระบบประมวลผลระดับองค์กร ด้วยการแนะนำเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen13 รุ่นใหม่ ที่จะช่วยให้เส้นทางสู่นวัตกรรมง่ายขึ้น และมอบรากฐานที่ปลอดภัยซึ่งจำเป็นสำหรับยุค AI ให้กับลูกค้า การผสานกันระหว่างงานวิศวกรรมของ HPE กับโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 ทำให้สามารถส่งมอบ Core Density, แบนด์วิดท์หน่วยความจำ และความจุ I/O ที่สูงขึ้นได้

  • เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant DL585a Gen13 เป็นแพลตฟอร์ม High-density ที่พร้อมสำหรับอนาคต ออกแบบมาให้รองรับ PCIe GPU แบบ Double-wide สูงสุด 8 ตัว, โปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 จำนวน 2 ตัว และการเชื่อมต่อมาตรฐาน PCIe Gen6 เซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้ช่วยดึงประสิทธิภาพการใช้งาน GPU, Token Throughput และแบนด์วิดท์ PCIe ออกมาได้สูงสุดในทุกเลเยอร์ เพื่อตอบโจทย์เวิร์กโหลดที่กินทรัพยากรสูง เช่น AI Inference, Virtualization, การปรับแต่งโมเดล Retrieval-Augmented Generation (RAG), การวิเคราะห์ข้อมูล และ Agentic AI รุ่นใหม่ ๆ
  • เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant DL525 Gen13 เป็นระบบกะทัดรัดแบบ Single-socket ขนาด 1U ที่ปรับแต่งด้านประสิทธิภาพมาอย่างดี ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 จำนวน 1 ตัว (รองรับสูงสุด 256 คอร์) มาพร้อมหน่วยความจำ 16-channel แบนด์วิดท์สูง รองรับทั้ง DDR5 และ MRDIMM ประสิทธิภาพความเร็วสูง ตลอดจนการเชื่อมต่อ PCIe Gen6 ทำให้ระบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องการ Data Throughput สูงลิ่ว เช่น การตรวจจับการฉ้อโกง (Fraud detection), การประมวลผลข้อมูลตลาด, การสร้างแบบจำลองความเสี่ยงและราคา, ระบบออกแบบอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ (EDA), Simulation และ AI Inference

สำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการประมวลผลสูง (Compute-intensive) ในสเกลขนาดใหญ่ HPE ยังได้เปิดตัว HPE ProLiant XD245 Gen13 และ HPE ProLiant XD285 Gen13 ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพการคำนวณสูงสุดบนพื้นที่ติดตั้งที่เล็กลง โดยเซิร์ฟเวอร์มาตรฐาน OCP ทั้งสองรุ่นนี้ผสานรวมการประมวลผลความหนาแน่นสูง เข้ากับการแชร์พลังงานและการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ รองรับเวิร์กโหลด AI และ HPC ที่เน้นข้อมูลจำนวนมหาศาล

  • เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant XD245 Gen13 ใช้ดีไซน์แบบ Direct Liquid-cooled ขนาด 1OU (Open Rack Unit) รองรับได้สูงสุด 4 โหนด เพื่อส่งมอบ Compute Density ระดับสูง ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เจเนอเรชันที่ 6 สูงสุด 8 ตัว
  • เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant XD285 Gen13 ใช้ดีไซน์แบบ Air-cooled ขนาด 2OU (2-Open Rack Unit) รองรับได้สูงสุด 2 โหนด ซึ่งช่วยขยายสถาปัตยกรรมให้รองรับสภาพแวดล้อมของดาต้าเซ็นเตอร์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อประมวลผล Simulation ขนาดใหญ่, แบบจำลองการคำนวณที่ซับซ้อน และชุดข้อมูลในระดับแร็ค (Rack level) พร้อมมอบความจุ แบนด์วิดท์ และความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน (ทั้งตัวเลือกระบบระบายความร้อนและตัวเร่งความเร็ว) ที่จำเป็นสำหรับเวิร์กโหลดที่หนักด้าน CPU เช่น วิศวกรรมที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (CAE), การสร้างแบบจำลองสภาพอากาศ, การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการสร้างแบบจำลองทางการเงิน

HPE ProLiant Gen13 จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ครอบคลุมมากกว่าระบบที่ประกาศเปิดตัวในวันนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสำหรับเวิร์กโหลดระดับองค์กรทั่วไป (Mainstream Enterprise), Edge, Virtualization, Software-defined Infrastructure, ระบบฐานข้อมูล และเวิร์กโหลด AI

ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ และการบริหารจัดการที่คล่องตัว

HPE ProLiant Gen13 รวมเอาระบบความปลอดภัยอัตโนมัติจาก HPE Integrated Lights-Out 8 (iLO 8) เข้ากับความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ HPE Compute Ops Management เพื่อปกป้องข้อมูลและความสมบูรณ์ของระบบ (System Integrity) ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งและปฏิบัติการตลอดวงจรชีวิตของเซิร์ฟเวอร์

คุณสมบัติใหม่ครั้งแรก[2] ในอุตสาหกรรม บน HPE ProLiant Gen13 ได้แก่:

  • ระบบเข้ารหัสไดรฟ์อัตโนมัติ (Auto-SED) รายแรกที่ช่วยปกป้องข้อมูล Data at Rest ตั้งแต่การบูตเครื่องครั้งแรก โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม, ไม่ต้องมีระบบจัดการคีย์ภายนอก หรือสั่งเปิดใช้งานแบบแมนนวล
  • การยืนยันตัวตนแบบหลายบุคคล (Multi-person Authorization: MPA) รายแรกที่กำหนดให้ต้องมีผู้ใช้อนุมัติ 2 คน สำหรับการกระทำที่ส่งผลกระทบสูงต่อระบบ (เช่น Key Provisioning และการลบข้อมูลอย่างปลอดภัย – Secure Erase) ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดที่เกิดจากบุคคลเดียวหรือการนำไปใช้ในทางที่ผิด
  • ขยายความพร้อมรองรับการเข้ารหัสลับหลังยุคควอนตัม (Post-Quantum Cryptography: PQC) รายแรกที่ไม่ได้ครอบคลุมแค่เฟิร์มแวร์ แต่ยังช่วยปกป้องเส้นทางการสื่อสารของเซิร์ฟเวอร์จากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ในอนาคต
  • การตรวจสอบส่วนประกอบในระดับองค์กรที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Silicon Root of Trust ของ HPE (Enterprise-grade Component Verification) ช่วยตรวจสอบความถูกต้องและสมบูรณ์ของส่วนประกอบสำคัญภายในเซิร์ฟเวอร์ เมื่อมีการเพิ่ม แลกเปลี่ยน หรือปรับเปลี่ยนตลอดอายุการใช้งาน

ความสามารถใหม่จาก HPE Compute Ops Management ช่วยให้ลูกค้าใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน HPE ProLiant Gen13 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านการเริ่มต้นใช้งานแบบ Low-touch, การตรวจสอบความสอดคล้องตามกฎระเบียบ (Compliance Monitoring), และข้อมูลเชิงลึกด้านการใช้พลังงานแบบเกือบเรียลไทม์ องค์กรที่ใช้ HPE Compute Ops Management ใช้เวลาในการจัดการเซิร์ฟเวอร์ลดลง 50% และได้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงถึง 209%[3]

ความน่าเชื่อถือที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว รองรับโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนไป

HPE ProLiant รุ่นใหม่ในแต่ละเจเนอเรชัน ผ่านการทดสอบมากกว่า 1,000 รายการและตรวจสอบระบบความถูกต้องยาวนานกว่า 10,000 ชั่วโมง เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการทำงาน, ความพร้อมใช้งาน (Availability) และความยืดหยุ่นอย่างสม่ำเสมอในแบบที่องค์กรต้องการ สิ่งนี้รวมถึงการทดสอบ Advanced Stress และ Corner-case testing ที่ทลายขีดจำกัดของระบบให้เหนือกว่าที่ระบุในสเปก ความน่าเชื่อถือ (Reliability) เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ลูกค้าเลือกใช้ HPE ProLiant ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว โดย 81% ระบุว่าประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้คือจุดต่างสำคัญจากคู่แข่ง พร้อมกับมีการแก้ไขปัญหาซัพพอร์ตได้รวดเร็วกว่าถึง 2 เท่า[4] นอกจากนี้ บริการ HPE Tech Care Service ยังเข้ามาช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของระบบ ลดเวลาดาวน์ไทม์ที่ไม่ได้วางแผน (Unplanned Downtime) ลงสูงสุดถึง 97% ช่วยให้ลูกค้าป้องกัน, ระบุ และแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีเมื่อความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเปลี่ยนไป[5]

การวางจำหน่าย

  • เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant DL525 Gen13 จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2569
  • เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant DL585a Gen13 จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2570
  • เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant XD245 และ XD285 Gen13 จะพร้อมวางจำหน่ายภายในปี 2570

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen13 พร้อมให้ใช้งานผ่านโครงการ 90/9 Advantage ของบริการ HPE Financial Services ด้วยเงื่อนไขงดการชำระเงินในช่วง 90 วันแรก จากนั้นผ่อนชำระ 9 เดือนด้วยอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน โปรแกรมนี้ช่วยให้องค์กรเดินหน้าการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีความสำคัญยิ่งยวดนอกรอบงบประมาณปกติได้

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon