
มิติหุ้น – EP แรก ๆ เราคุยกันเรื่องของกองทุน ETF หรือ Exchange Traded Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เสมือนกับหุ้นตัวหนึ่ง ดังนั้น กองทุนเหล่านี้จะมีสภาพคล่องสูง เพราะมีช่วงเวลาในการซื้อขายมากกว่าการซื้อขายกองทุนทั่วไปที่มีช่วงเวลาซื้อขายวันละ 1 ครั้งเท่านั้น
ในปัจจุบันมีคนสนใจเรื่องของการลงทุนกองทุน ETF ในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมมีข้อจำกัดในเรื่องของการเข้าถึงตลาดซื้อขาย ข้อมูลข่าวสาร และรวมทั้งความรู้ความเข้าใจในการลงทุนกองทุนต่างประเทศที่มีทั้งแบบพื้น ๆ (Plain) และแบบที่มีความซับซ้อน (Complicate) ยกตัวอย่างเช่น ETF ที่มีการให้ผลตอบแทนแบบ 1 เท่า 2 เท่า 3 เท่า ซึ่งมีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ประกอบอยู่ในกองทุน แต่ยิ่งมีความซับซ้อน โอกาสการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนหันมาให้ความสนใจ ETF ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนกองทุนหรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ กองทุนไทยจึงมีการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนทั่วไป หรือกองทุน ETF ซึ่งมีทั้งการลงทุนแบบ Fund of Funds คือการที่กองทุนนั้น ๆ ลงทุนในกองทุนหลาย ๆ กอง เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน หรือการลงทุนแบบ Feeder Fund ซึ่งลงทุนในกองทุนเพียงกองเดียวหรือที่เรียกว่า Master Fund
เมื่อก่อนเราจะเห็น Feeder Fund ลงทุนใน Master Fund ที่เป็นกองทุนรวมทั่ว ๆ ไป แต่ระยะหลังมานี้ เราได้เห็น Feeder Fund ชนิดที่ลงทุนในกองทุน ETF เยอะขึ้น ยกตัวอย่างกองทุนที่เพิ่ง IPO ไปหมาด ๆ ของ บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) อย่างเช่น M-SCHD และ M-SCHG
M-SCHD คือกองทุนที่ออกโดย MFC ซึ่งเป็น Feeder Fund ที่ไปลงทุนใน SCHD หรือ กองทุน Schwab US Dividend Equity ETF ซึ่งกองทุน ETF นี้ ลงทุนโดยมุ่งหวังให้ได้รับผลตอบแทนตามดัชนี Dow Jones U.S. Dividend 100™ Index ซึ่งกองทุน ETF กองนี้ มีมูลค่าสูงกว่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วน M-SCHG คือกองทุนที่ออกโดย MFC ซึ่งเป็น Feeder Fund ที่ไปลงทุนในกองทุน SCHG หรือกองทุน Schwab U.S. Large-Cap Growth ETF ที่ลงทุนโดยมุ่งหวังผลตอบแทนตาม Dow Jones U.S. Large-Cap Growth Total Stock Market Index โดยปัจจุบัน ETF กองนี้ มีมูลค่ามากกว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
การลงทุนใน Feeder Fund ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียหลายประการ ถ้านับข้อดีก่อนก็จะพบว่า
- Feeder Fund ทำให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ภูมิศาสตร์ และการกระจายผลตอบแทน โดยหากเป็นกองทุนที่อ้างอิงกองทุนใหญ่หรือกองทุนที่มีความแข็งแรงอยู่แล้ว โอกาสในการทำกำไรก็ยังน่าสนใจ
- Feeder Fund ช่วยให้นักลงทุนไทยลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องใช้เงินสกุลต่างประเทศ เพราะสามารถซื้อขายได้ด้วยเงินบาท จึงทำให้มึความสะดวกสบายมากขึ้นตามไปด้วย
ส่วนข้อเสียหรือข้อความระวังของ Feeder Fund ก็มีหลายอย่าง เช่น
- กรณีที่ลงทุนในกองทุนต่างประเทศ อาจมีความผันผวนจากค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงไปมาตามตลาดเงินโลก ทำให้นักลงทุนมีโอกาสขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
- หาก Master Fund เป็นกองทุน ETF นักลงทุนจะต้องพิจารณาถึงผู้ออก / บริษัทจัดการกองทุน ETF นั้นด้วย เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และรวมทั้งพิจารณาสภาพคล่องของ ETF กองนั้นก่อนที่จะเลือกลงทุน
- ระยะเวลาซื้อขาย เช่น กองทุนสามารถซื้อขายได้วันละครั้ง ขณะที่ ETF สามารถซื้อขายได้ตลอดวันทำการ ดังนั้น ในบางครั้ง ราคากองทุนที่ไปลงทุนใน ETF ก็จะมีความผันผวนกว่ากองทุนประเภทอื่น หรือหากนักลงทุนต้องการขายทันที ก็จะไม่สามารถทำได้ เป็นต้น
นอกจากนี้ นักลงทุนที่ลงทุนใน Feeder Fund ยังอาจต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน Master Fund นั้น เช่น การ Create/Redeem หน่วยลงทุน ETF (ซึ่งอาจเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ในบางครั้ง) การปรับเปลี่ยนหลักทรัพย์ตามการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง เป็นต้น ซึ่งแม้บางครั้งจะมีผลกับ Feeder Fund นั้นไม่มาก แต่ก็เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาประกอบการลงทุนควบคู่กัน
การลงทุนในกองทุนที่ไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ มีเรื่องของ Time Zone เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้บางครั้งผลตอบแทนของกองทุนอาจไม่ได้ track ผลตอบแทนของ Master Fund แบบเรียลไทม์ นักลงทุนจึงต้องวางแผนการลงทุนให้เหมาะสม และรวมทั้งลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
































