MAJOR -ธุรกิจโฆษณาจะเป็นตัวสร้างการเติบโตในปีนี้

91

หลังจากที่เราได้เข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์กับผู้บริหารของทาง MAJOR เรายังคงมุมมองบวกกับโปรแกรมหนังรอฉายของ MAJOR, รายได้โฆษณาที่มีแนวโน้มฟื้นตัว และผลขาดทุนจาก MPIC ที่คาดว่าจะลดลง เรามองว่าการเติบโตของรายได้โฆษณาจะมีน้ำหนักมากกว่ารายได้ ค่าตั๋วที่อาจปรับลดลงในไตรมาส 1 ปี 2019 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้บริษัทเผยยอดขายตั๋ว YTD ขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย yoy จากทั้งภาพยนตร์ Hollywood และภาพยนตร์ไทย

เราคาดว่ารายได้ค่าตั๋วในช่วงไตรมาส 1 ปี 2019  จะลดลง จากฐานที่สูงในครึ่งหลังของไตรมาส 1 ปี 2018 ที่มีหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Black Panther ในไตรมาส 2 ปี 2019 จะมีหนัง Hollywood ระดับ blockbuster และภาพยนตร์ไทยจาก MPIC เพิ่มขึ้นและช่วยหนุนการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2019 เป็นต้นไป เราคาดว่าธุรกิจโฆษณาจะเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรใน 1Q19F จากรายได้สปอนเซอร์โรงภาพยนตร์ Icon Siam และ Siam Paragon ในขณะที่ปัญหาความล่าช้าในการสรุปสัญญากับลูกค้าหลักสองรายได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

MAJOR ยังคงรักษาระดับราคาขายตั๋วเฉลี่ยในปี 2018 เอาไว้ที่ 162 บาท แม้ว่าจะเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่เพิ่มขึ้นในต่างจังหวัด ซึ่งแสดงว่าอุปสงค์ของผู้ชมภาพยนตร์ยังคงแข็งแกร่ง เราเชื่อว่า disruption ที่เกิดจากการรับชมภาพยนตร์แบบ streaming จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย เรายังคงประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรจากธุรกิจหลักปี 2019 เอาไว้ที่ 10% โดยคาดว่ายอดขายตั๋วจะลดลง 3% yoy จากฐานที่สูงใน 4Q18 (1.7 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าระดับปกติที่ประมาณ 1 พันล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจโฆษณาจะเพิ่มขึ้น 10% yoy จากการเพิ่มโรงภาพยนตร์อีก 60-70 โรง (จาก 782 โรง), ยอดใช้จ่ายโฆษณาเพิ่มขึ้น, และแผนของ MAJOR ที่จะขายพื้นที่สื่อผ่าน media agencies มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในปี FY19F เราคาดว่าผลขาดทุนของธุรกิจสร้างภาพยนตร์จะลดลงในปีนี้จากโมเดลการแบ่งรายได้กับ content provider และสปอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ GPM น่าจะเพิ่มขึ้น yoy จากรายได้โฆษณาที่ฟื้นตัว และ CAPEX ต่อโรงที่ลดลง 15%

เราคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ MAJOR และให้ราคาเป้าหมายที่ 28 บาท ปัจจุบันราคาหุ้น MAJOR ซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E ปี FY19F ที่ 19x โดยมี discount จากค่าเฉลี่ยห้าปีย้อนหลัง ในขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรจะเร่งตัวขึ้นเป็น 10% ในปี FY19F จาก 3% ต่อปีในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เราแนะนำให้ซื้อสะสมเพื่อก่อนที่ยอดขายตั๋ว ยอดขายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว และรายได้จากค่าโฆษณาที่จะเริ่มเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 2Q19 เรามองว่าความเสี่ยงหลักคือยอดใช้จ่ายโฆษณา และรายได้จากภาพยนตร์ไทยที่อ่อนแอกว่าที่คาด

โดยบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน)