ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท หรือ “SHR” บริษัทในเครือ บมจ.สิงห์ เอสเตท หรือ S ที่เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจโรงแรม โดย ม.ล.ทองมกุฏ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เคที ซีมิโก้ ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น เปิดเผยว่า SHR ประกาศแผนเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 1,437,456,000 หุ้น ราคาอยู่ในช่วง 5.10 -5.50 บาท/หุ้น เตรียมเปิดขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของ S เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้น ระหว่างวันที่ 28-30 ต.ค. 2562 และสำหรับประชาชนทั่วไป ในวันที่ 1-5 พ.ย.62 ผ่าน บมจ.ธนาคารกรุงไทย และบมจ.ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย อีก 4 แห่ง ได้แก่ บล.โนมูระ พัฒนสิน, บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), และบล.เอเซีย พลัสสาธารณรัฐมอริเชียส และ สหราชอาณาจักร ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา SHR เป็นบริษัทในธุรกิจโรงแรมที่มีอัตราการเติบโตของการเพิ่มขึ้นของรายได้และจำนวนห้องสูงที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งเทียบเคียงในอุตสาหกรรมที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งการเติบโตทั้งในรูปแบบของการเติบโตบนทรัพย์สินของตัวเอง (Organic Growth) แลพในรูปแบบของการเข้าซื้อกิจการ (Inotganic Growth)
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2559-2561 มีรายได้รวมเดิบโตเฉลี่ย 63.1%
ต่อปี โดยมีรายได้รวม เท่ากับ 968.0 ล้านบาท 1,074.0 ล้านบาท และ 2,575.7 ล้านบาท ตามลำดับ โดยครึ่งปีแรกของปี 2562 มีรายได้ที่ 1,751.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 715.6 ล้านบาท ของงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นร้อยละ 144.8 กำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ยและภาษี ไม่นับรวมรายการพิเศษ (EBITDA) ของ SHR เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 58.5% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2559 ปี 2560 และปี 2561 EBITDA ตามงบการเงินรวมของ SHR เท่ากับ 348.9 ล้านบาท 514.3 ล้านบาท และ 877 4 ล้านบาท ตามลำดับ โดยครึ่งปีแรกของปี 2562 มี EBITDA เท่ากับ 461.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 266.0 ล้านบาทของงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็น 73.5% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้และ EBITDA ของ SHR ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการบริการงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งรายได้จากการซื้อโรงแรม Outrigger 6 แห่ง
“SHR มีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจโรงแรมอีกกว่าเท่าตัว จากจำนวนโรงแรมและรีสอร์ท 39 แห่ง เป็น 80 แห่ง




























