วันเสาร์ 14 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก ปักหมุด

BTS โบรกส่องของแรง ต่อสัมปาทานอัพกำไรโต

526

 

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น”รายงานว่า บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) โดยบทวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย)  ระบุว่า ประเมินราคาพื้นฐาน 10.31 บาท (เดิม 10.33 บาท) รับผลดีต่ออายุสัมปทาน  30 ปี สำคัญมาก

• คาดว่าในที่สุด BTS จะได้ร่วมทุนส่วนขยายสายสีเขียวกับ กทม. เพราะ 16 ก.พ.นี้จะมีแรงผลักดันคือ เริ่ม
ใช้ค่าโดยสารที่สูงขึ้นคือ สูงสุดที่ 104 บาท ขณะที่เงื่อนไขที่ BTS รับไป จะเกิดข้อดีทั้งกับกทม.และ
ประชาชน

• เมื่อได้ร่วมทุนและต่ออายุสัปมปทานไปอีก 30 ปี จะทำให้ธุรกิจของกลุ่มสร้างกำไรได้อีกยืนยาว ทั้ง
BTS,BTSGIF,VGI, KEX และ RLP มูลค่าที่เพิ่มอีกราว 1 บาทต่อหุ้น ด้านรถไฟสายสีส้มที่เป็นประเด็นจะ
ประมูลใหม่ยังต้องติดตาม

• แม้กำไรงวด FY20-21F จะถดถอยเพราะโรคโควิด-19 แต่คาดว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะมีภาพการฟื้น
ตัวในปีหน้าชัดเจน ด้านบริหารเดินรถกลับเติบโตสูงจากการขยายเส้นทาง และรายได้ในส่วน E&M ก็ไม่ได้
รับผลกระทบ

• ปรับเป็น ซื้อ หลังหุ้นปรับลงมากไป หากมองให้ไกลกลุ่ม BTS กำลังครอบคลุมธุรกิจที่จะไห้ผลกำไรอย่าง
มหาศาลในอนาคต รวมทั้งรุกตลาดสาธารณูปโภค ส่วนการลงทุนระยะสั้นก็สำเร็จ หุ้นขึ้นดีมากคือ
RS,JMT,NOBLE และHUMAN

คาดว่าในที่สุด BTS จะได้ร่วมทุนส่วนขยายสายสีเขียวกับ กทม. ด้วยแรงผลักดัน 2 ประการคือ 1) ประชาชนจะเริ่มถูกคิดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนขยายเพิ่มไปถึง 104 บาท หากเดินทางสุดสาย ตั้งแต่ 16 ก.พ.64 นี้ ทำให้คาดว่าจะมีกระแสสังคมมายังภาครัฐ และ 2) กทม.ยังค้างค่าบริหารเดินรถสายสีเขียวส่วนขยายที่ราว 8.5 พันล้านบาท ณ ม.ค.64 ซึ่งปัจจุบัน กทม.ยังไม่มีเงินมาชำระให้กับ BTS อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะติดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตั้งแต่วันที่16 ก.พ.64 เช่นกัน การที่ครม.จะอนุมัติอาจจะมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ทาง BTS ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะให้เวลาที่ราว 2 เดือน

เงื่อนไขที่ BTS เสนอให้ไปจะดีกับทั้งกทม.และประชาชน ตามเงื่อนไขคือ 1) คิดค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 65 ต่อเที่ยวประชาชนก็จะมีภาระน้อยลง 2) รับหนี้จากกทม.ที่ค้างไว้ราว 6.8-8.0 หมื่นล้านบาท และ 3) ให้ผลตอบแทนส่วนแบ่งรายได้กับกทม.เป็นเงิน 2 แสนล้านบาทตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี ข้อดีกับกทม.คือ แบ่งเบาภาระหนี้ และมีผลตอบแทนในอนาคตอีก

ส่วนกรณีที่กทม.จะเปิดหาผู้ร่วมทุนใหม่หรือว่าจ้างให้ BTS บริหารเดินรถอย่างเดียว ทาง กทม.จะต้องจ่าย
ดอกเบี้ยตกปีละ 1.3 พันล้านบาท ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นภาระที่หนักสำหรับ กทม. ส่วนการที่ กทม.จะมีข้อต่อรองใหม่ๆ ก็จะต้องศึกษากันต่อไป

การได้ต่ออายุสัมปทาน 30 ปี เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับ BTS ทั้งนี้สัมปทานปัจจุบันคือ รถไฟฟ้า 2 สายคือ สีลม
และสุขุมวิท ที BTSGIF บริหารอยู่นี้จะหมดอายุในปี 2572 ที่จะถึงนี้แล้ว หรือเหลือเวลาอีกเพียง 9 ปี หาก BTS สามารถเจรจาร่วมทุนในส่วนขยายสายสีเขียวได้สำเร็จ ก็จะพ่วงด้วยการขยายสัญญาสัมปทานไปอึกถึง 30 ปี ซึ่งเรามองว่าจะคุ้มค่ากับเงื่อนไขที่ BTS ให้กับ กทม. เพราะมีความสามารถและประสบการณ์ที่จะบริหารจัดการได้ เช่น แม้ได้รับค่าโดยสารตลอดสายเพียง 65 บาท แต่ในความเป็นจริงผู้โดยสารมีการใช้รถไฟฟ้าเฉลี่ยส่วนใหญ่เพียง 3-7 สถานีหรือการบริหารให้สายสีเขียวตลอดเส้นมีรายได้และกำไรในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้ เพราะจากการศึกษาพบว่ามีศักยภาพทางธุรกิจมากกว่าสายสีอื่นๆ

www.mitihoon.com