วันเสาร์ 31 มกราคม 2026
หน้าแรก ปักหมุด

STARK เปิดใจ คำต่อคำ “ชนินทร์” ข้อสังเกต เหตุหุ้นลง

7132

แน่นอนว่า เวลาหุ้นขึ้นมักไม่มีใครพูดถึง ไม่มีใครเอาเงินให้บริษัท แต่เวลาหุ้นลง ทัวร์ก็ลงบริษัทนั้นเช่นกัน …กรณี STARK ที่หุ้นลงแรงมาสู่ราคา 3.26 บาทต่ำสุดในรอบเกือบ 24 เดือน และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทเพิ่มทุน PP จำนวน 1,500 ล้านหุ้นเพื่อนำเงินไปซื้อบริษัท LEONI เป็นผู้นำด้านสายไฟ Automotive & EV อันดับ 1 ของโลกซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน ทั้งนี้ดีลการซื้อ LEONI มีกำหนดการที่จะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 4/65 ด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อเข้าถือในอัตรา 100%

 

ดูเหมือนดีลนี้จะเป็นข่าวดีกับ STARK เพราะ LEONI มีอนาคตในธุรกิจ EV และมีผลประกอบการที่โดดเด่น แต่หลังจากมีการสรุปราคาหุ้น PP จำนวน 1,500 ล้านหุ้นที่ 3.72 บาท เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 65 ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาหุ้นในวันก่อนหน้าที่ 4 บาทราว 7.5% กลับทำให้เกิดการถล่มของราคาหุ้นด้วยโวลุ่มไม่น้อยอย่างต่อเนื่องกันหลายวันจนลงสู่ 3.26 บาทเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 65 จนนำมาซึ่ง Talk of The Town อย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับ STARK (อีกแล้ว)

 

มิติหุ้นได้ทำการสัมภาษณ์ ประธานกรรมการของ STARK คือนายชนินทร์ เย็นสุดใจ เพื่อขอทราบเหตุที่หุ้นลง หรือข้อสังเกตใดๆ ที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์นี้ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจแบบคำต่อคำ ดังต่อไปนี้

 

มิติหุ้น: ถามตรงๆ เลยว่า ทำไมหุ้นลงแรง กองทุนที่ซื้อหุ้นมีอะไรไม่พอใจหรือไม่ หรือผู้ถือหุ้นขายหุ้นออกมาหรือเปล่า

 

ชนินทร์ : ตามข้อสังเกต มันมีทั้งปัจจัยจากภายนอก และปัจจัยจากการขายหุ้นในรอบนี้ ด้านปัจจัยภายนอก เนื่องจาก LEONI อยู่ในยุโรป และในเวลาเดียวกัน เราน่าจะเห็นข่าวที่ยุโรปมีปัญหาด้านพลังงาน เงินเฟ้อพุ่งรุนแรง อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนหนักมาก และกังวลสงครามที่เกิดขึ้น อาจทำให้ Investor ชักเริ่มลังเลธุรกิจที่ STARK เข้าไปถือในยุโรป ซึ่งจริงๆ แล้วในมุมมองของ STARK เอง ยังชัดเจนมาก เพราะ LEONI กับธุรกิจ EV คือ S-Curve แห่งอนาคต อย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทไม่มีการขายหุ้นออกมา เรายังถือไว้ตามเดิมทุกประการ

 

มิติหุ้น: แล้วงี้ การที่หุ้นเวียดนามตกรุนแรง ก็ทำให้กังวลธุรกิจที่นั่นด้วยหรือเปล่า

 

ชนินทร์ : อันนี้ก็ด้วย เพราะโรงงาน Phelps dodge ที่ใหญ่ที่สุดของเราอยู่เวียดนาม พอตลาดหุ้นลง นักลงทุนคงไม่สบายใจ ทั้งๆ ที่ไม่กระทบอะไรเลยกับการผลิตของโรงงาน และยังมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

มิติหุ้น : เมื่อทั้งยุโรป และเวียดนาม ไม่ควรจะเป็นปัญหา แล้วทำไมหุ้นถึงลงหนักหรือว่ามีเหตุให้กระทบกับการเพิ่มทุนรอบนี้หรือไม่

 

ชนินทร์: อย่างที่บอก พอเกิดปัจจัยมันก็เลยคิดกันไป ซึ่งดีลของบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง การขาย PP รอบนี้จบด้วยดี เราได้ประกาศ 15 รายชื่อของ Investor แล้ว มีกองทุนทั้งในและต่างประเทศใส่เงินให้เราครบถ้วน ตอนนี้กำเงินไว้ในมือแล้วกว่า 5 พันล้านบาท ที่เหลือเป็นหน้าที่ของ STARK ที่จะต้องปิดดีลซื้อ LEONI ในปีนี้

 

มิติหุ้น: ฟังดูก็ราบรื่น เงินก็รับมาครบ แล้วใครมาทุบหุ้น

 

ชนินทร์: ตามข้อสังเกตของผมนะ ราคาที่เราขายให้ Investor มีส่วนลดสูงถึง 7.5% เราต้องยอมให้ส่วนลด เพราะตอนนี้เงินบาทอ่อนมาก อีกทั้งเข้าสู่ปลายปีเรามีแผนซื้อ LEONI ให้ได้ จึงต้องยอมกันที่ราคานี้ และในกลุ่ม Investor มีกองทุนเฮดจ์ ฟันด์ ซึ่งทุกคนจะรู้ว่าพวกนี้บางทีอาจเลือกความปลอดภัยในเงินลงทุน และตีหัวเข้าบ้าน เมื่อเห็นส่วนลดได้มากขนาดนี้ จึงเทขายหุ้นออกมา โดยมันเกิดทั้ง Short sell ก่อนได้หุ้น ซึ่งหากไปเช็คดูจะเห็นหุ้นถูก Short ออกมาก่อน และพอได้หุ้นก็มีการขายออกมาอีก นอกจากนี้ หุ้น STARK มีสภาพคล่องดี โบรกเกอร์ปล่อยมาร์จิ้นท์มาก จึงคาดว่ามีนักลงทุนเล่นมาร์จิ้น กันเยอะ พอราคาลงแรงก็อาจถูก Force sell ออกมานั่นเอง ทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้เกิดจากดีลล้มแต่ประการใด มันน่าจะเป็นเรื่องปัจจัยด้านการซื้อขายในตลาด

 

มิติหุ้น : ผลประกอบการมีปัญหาหรือไม่ กองทุนได้ข้อมูลอะไรที่ภายนอกไม่รู้หรือเปล่า

 

ชนินทร์: ขอให้เชื่อมั่นในบริษัท ผลประกอบการเราเติบโตจากอดีตมาก ค่าพีอีก็ลดลง และการที่ราคาหุ้นลงก็ยิ่งทำให้พีอีเราต่ำลงไปอีก สิ่งที่เรากำลังทำเรามองไปถึงธุรกิจที่เป็น S-Curve เราไม่ได้หยุดแค่นี้ แต่ละธุรกิจที่ Stark มีอยู่ ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทระดับโลก แต่นักลงทุนคิดต่างกัน มองกันที่ราคาขึ้นลง ขณะที่เรากำลังสร้างอนาคตของบริษัท

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp