โลกผันผวน! กดดันธุรกิจไทยรอบด้าน

65

 

มิติหุ้น – ในปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ภาคธุรกิจไทยต้องเผชิญความท้าทายอย่างรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกประเทศ ปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน ซึ่งล้วนส่งผลต่อทิศทางการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระยะต่อไป โดย SCB EIC ได้วิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในปี 2569

ห่วงโซ่อุปทานโลกผันผวน

 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะทิศทางภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กำลังกดดันภาคธุรกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และถุงมือยาง ซึ่งมีตลาดสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าสำคัญ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ยังเผชิญแรงแข่งขันจากประเทศคู่แข่งที่มีความได้เปรียบด้านข้อตกลงการค้า ผลกระทบยังลามไปถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องและภาคบริการ เช่น นิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และโรงแรม จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการลงทุน ขณะที่ธุรกิจที่พึ่งพาตลาดในประเทศ แม้ผลกระทบทางตรงจะจำกัด แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน เงินเฟ้อ

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เปราะบาง

ด้านภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับข้อจำกัดด้านการเข้าถึงสินเชื่อ ทำให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้ช้า ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและยานยนต์ยังฟื้นตัวได้จำกัด ผู้ประกอบการยังต้องระมัดระวังการลงทุนและการเปิดโครงการใหม่ อย่างไรก็ดี ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการจำเป็น เช่น ค้าปลีกกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และคมนาคม ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ความไม่แน่นอนการเมือง

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ คือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในปี 2569 โดยเฉพาะกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลและการจัดทำงบประมาณ อาจกระทบต่อการเบิกจ่ายและการลงทุนภาครัฐ หากเกิดความล่าช้า จะส่งผลต่อธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและก่อสร้างโดยตรง อีกทั้งยังบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน

ดังนั้นในปี 2569 จะเป็นปีแห่งการทดสอบความอึดและความสามารถในการปรับตัว ของภาคธุรกิจไทยอีกครั้ง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การเมืองภายในที่ไม่แน่นอน และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการปรับโมเดลธุรกิจ ลงทุนในเทคโนโลยี และมองหาโอกาสใหม่ เพื่อประคองธุรกิจให้ยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะต่อไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon