
มิติหุ้น – “คลัง ธปท. ก.ล.ต. และตลท.” รวมพลังโชว์ไอเดีย หวังพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศ มุ่งหวังให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง
“คลัง” เร่งดูแลกรอบเงินเฟ้อ
“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ในอีก 4 ปี ระหว่างปี 2569-2572 ตั้งใจจะทำให้เศรษฐกิจไทย หรือ จีดีพี เติบโตเกิน 3% โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้กลับขึ้นไปอยู่ที่ 30% ของ GDP ภายในระยะเวลา 4 ปี จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 23% เพื่อรีเซ็ตศักยภาพการเติบโตของประเทศ
ขณะที่กรอบเงินเฟ้อยังคงเป็นไปตามเดิมแม้ตอนนี้จะอยู่ในระดับต่ำ โดยเตรียมหารือร่วมกันใน 4 หน่วยงาน ทั้ง กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ เพื่อผลักดันให้กรอบเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ธปท. มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
“วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับ มิติหุ้น ว่า ในปี 69 ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจคาดว่าจะเติบโตเพียง 1.5% ต่ำกว่าปี 68 ที่คาดว่าจะเติบโต 2.2% เนื่องจากการยุบสภาเลือกตั้ง ทำให้มาตรการกระตุ้นระยะสั้นหล่นหายไป
ส่วนระยะยาวมองว่างบประมาณปี 70 จะล่าช้าออกไปทำให้ขาดตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ จนอาจทำให้ชะลอตัวลง ด้านการท่องเที่ยวมองว่าจะยังทรงตัวจากยอดนักท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงปีที่ผ่านมา จึงทำให้เศรษฐกิจขาดแรงส่งและชะลอเหลือ 1.5% โดยเครื่องยนต์หลักในปี 69 นี้ จะมาจากการบริโภคในประเทศ และการลงทุนเป็นหลัก
“เรายังอยู่ในช่วงที่ศักยภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากที่ผ่านมาการลงทุนของไทยมีน้อยใน และมีปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง หนี้ครัวเรือนสูง รวมทั้งความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง ทำให้ฉุดรั้งจีดีพี” นายวิทัย กล่าว
อย่างไรก็ตามทาง ธปท. จะเร่งมือ และพยายามให้ทุกหน่วยงานช่วยกันแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่วิเคราะห์ ซึ่งความร่วมมือกันทั้งรัฐ และเอกชน น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ แบงก์ชาติ จะไม่ได้ดูแลแค่เสถียรภาพ แต่จะช่วยดูการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยด้วย
ก.ล.ต.เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน
“ดร.พรอนงค์ บุษราตะกูล” เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ปี 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายและปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาดทุน ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญกับการรักษา ‘Trust and Confidence’ ให้คงอยู่กับตลาดทุนไทย โดยเพิ่มความเข้มข้นและความรวดเร็วในการทำงาน ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน
ในปี 2569 ก.ล.ต. ยังมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย ผ่านการสร้าง Attractive Supply รองรับการระดมทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการที่มีคุณภาพ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs และ new economy รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของผู้ลงทุนสถาบัน และสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวผ่านบัญชีลงทุนส่วนบุคคล (turn savings into investments) ตลอดจนนำเทคโนโลยีมาพัฒนาตลาดทุนดิจิทัล เพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (inclusive growth) พร้อมมุ่งสู่ ‘Preventive Anti-Scam for All’ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน”
SET เปิด 5 ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดทุน
“อัสสเดช คงสิริ” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การขับเคลื่อนตลาดทุนไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและตลาดทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และยกระดับตลาดทุนไทยให้เป็นตลาดชั้นนำของภูมิภาค โดยคาดหวังให้รัฐบาลร่วมขับเคลื่อนใน 5 เรื่องหลัก
ได้แก่ 1) สนับสนุนการลงทุนและการออมระยะยาว 2) จูงใจให้บริษัท New Economy โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI และ EEC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 3) ยกระดับความน่าสนใจของบริษัทจดทะเบียนไทยผ่านโครงการ Jump+
4) ร่วม Roadshow กับรัฐบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำเสนอศักยภาพและโอกาสการลงทุนในตลาดทุนไทยแก่นักลงทุนสถาบันและต่างชาติ และ 5) สร้างความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือของตลาดผ่านการส่งเสริมธรรมาภิบาล และปรับปรุงกฎหมายเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดในตลาดหลักทรัพย์ ได้อย่างรวดเร็ว
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















