
มิติหุ้น – การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้
SCB EIC สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคจากกลุ่
ผลสำรวจครั้งนี้มี 4 ประเด็นน่าสนใจ ดังนี้
- รายได้โตช้ากว่ารายจ่าย
- กว่า 70% ของผู้บริโภคมีรายได้เท่าเดิ
มหรือลดลง ขณะที่กว่า 90% เผชิญรายจ่ายเท่าเดิมหรือเพิ่ มขึ้น ราว 1 ใน 3 ประสบปัญหารายได้โตช้ากว่ารายจ่ าย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย (ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน) ซึ่งกว่า 60% ระบุว่ากำลังเผชิญปัญหานี้ - กลุ่มรายได้สูงเริ่มแสดงสั
ญญาณเปราะบางเพิ่มขึ้น สะท้อนจากสัดส่วนผู้ตอบที่มี รายได้ 100,000–200,000 บาทต่อเดือน ระบุว่ารายได้ไม่พอรายจ่ายเพิ่ มขึ้นจากผลสำรวจปีก่อน แสดงให้เห็นว่ าความเปราะบางทางการเงินไม่ได้ จำกัดแค่กลุ่มรายได้น้อยอีกต่ อไป
- กว่า 70% ของผู้บริโภคมีรายได้เท่าเดิ
- ภาระหนี้หนักและเริ่มลามสู่กลุ่
มรายได้สูง - ปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายเป็นปั
จจัยสำคัญต่อความเสี่ยงภาระหนี้ สูง โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งราว 1 ใน 3 มีสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio : DSR) สูงกว่า 60% ซึ่งจำกัดการบริโภคและเพิ่ มความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ ในระยะข้างหน้า - เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบรู้สึ
กว่าการชำระหนี้ในแต่ละเดือนเป็ นปัญหา แม้แต่กลุ่มรายได้สูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ก็มีมากกว่า 20% ที่เริ่มกังวล - ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้เริ่
มกระจายจากกลุ่มรายได้น้อยไปสู่ กลุ่มรายได้ปานกลาง-สูง แม้ปัจจุบันส่วนใหญ่ยังชำระหนี้ ได้ปกติ แต่เริ่มกังวลปัญหาหนี้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีหนี้ หลายประเภทและผู้ที่อยู่ในวั ยทำงานอายุต่ำกว่า 40 ปี
- ปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายเป็นปั
- สินเชื่อดิจิทัล ความสะดวกที่มาพร้อมความเสี่ยง
- สินเชื่อดิจิทัล โดยเฉพาะ Buy Now Pay Later (BNPL) และสินเชื่อผ่านแอปบนมือถือ ช่วยเพิ่มทางเลื
อกและความสะดวกในการเข้าถึงสิ นเชื่อของผู้บริโภค โดยมีผู้ใช้กว่า 25% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนคนที่ใช้บั ตรกดเงินสด (16.5%) - ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุน้
อย รายได้น้อย และมีหนี้หลายประเภท โดยราว 1 ใน 3 มี DSR สูงกว่า 60% และกว่า 60% ยอมรับว่าการเข้าถึงสินเชื่อที่ ง่ายขึ้นทำให้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น - ผู้ใช้ BNPL และสินเชื่อผ่านแอปมีแนวโน้มผิ
ดนัดชำระหนี้สูงกว่าสินเชื่ออื่ นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ใช้บริการสินเชื่อกลุ่มนี้ มีแนวโน้มเป็นหนี้ หลายประเภทและมีสัดส่วน DSR สูง โดยเฉพาะผู้ใช้ BNPL ราว 1 ใน 3 ที่มี DSR มากกว่า 60% สะท้อนความจำเป็นในการกำกับดู แลและออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่ ออย่างรับผิดชอบ
- สินเชื่อดิจิทัล โดยเฉพาะ Buy Now Pay Later (BNPL) และสินเชื่อผ่านแอปบนมือถือ ช่วยเพิ่มทางเลื
- ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำ
- ท่ามกลางความไม่แน่
นอนทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ระมัดระวั งการใช้จ่าย เน้นชำระหนี้เป็นอันดับแรก - ผู้บริโภคที่คาดว่าค่าใช้จ่
ายในอนาคตจะลดลง ต้องการเพิ่มการออมและการลงทุ นเพื่อรับมือความไม่แน่นอน ขณะที่ 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่คาดว่าค่ าใช้จ่ายของตนเองและครอบครั วในอนาคตจะเพิ่มขึ้น สะท้อนปัญหารายได้ที่เติบโตช้ ากว่ารายจ่ายยังน่ากังวล - สำหรับมุมมองการใช้จ่ายก้อนใหญ่ ผู้บริโภคกว่า 60% ไม่มีแผนซื้อบ้านหรือรถในปี 2569 จากความกังวลด้านรายได้ ดอกเบี้ย และภาระหนี้ แม้ในกลุ่มที่มีแผนซื้อกว่า 80% ยังประเมินว่าตนอาจเผชิญอุ
ปสรรคด้านความสามารถในการซื้อ (Affordability) เพราะเป็นสินทรัพย์ราคาสูงเมื่ อเทียบกับรายได้
- ท่ามกลางความไม่แน่
ทางออกต้องดำเนินการควบคู่กัน : “ปรับปรุง” แก้ไขหนี้เดิม vs. “ป้องกัน” การเกิดหนี้ใหม่ที่เกินจำเป็น
1. ปรับปรุงแก้ไขหนี้เดิม
- ภาครัฐ มีบทบาทช่วยกลุ่มรายได้น้อยแบบ Targeted เพื่อลดรายจ่าย เสริมสภาพคล่อง และเร่งปรับโครงสร้างหนี้ให้ลู
กหนี้ที่ยังมีศักยภาพ พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ชำระหนี้ ต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปิดหนี้ไว พร้อมจัดตั้งคลินิกหนี้แบบ One–stop รวมที่ปรึกษา-รวมหนี้- รวมแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เป็นกลไกสำคั ญอำนวยความสะดวกการแก้หนี้ - สถาบันการเงิน ควรได้แรงจูงใจให้ “ป้องกันหนี้เป็น NPL” และดึงหนี้นอกระบบเข้ามาในระบบ
- ภาคธุรกิจ สนับสนุนสวัสดิการ Employee Financial Wellbeing เพื่อช่วยเหลือพนักงานให้มีวินั
ยทางการเงินและสุขภาพการเงินที่ ดีขึ้น - ลูกหนี้ วางแผนชำระหนี้ ตั้งเพดาน DSR และปรับพฤติกรรมใช้จ่ายให้เป็
นระบบ หลีกเลี่ยงการใช้สินเชื่ อหลายประเภทที่เข้าถึงง่ายเกิ นความจำเป็น
2. ป้องกันการเกิดหนี้ใหม่เกิ
- ภาครัฐ เสริมสร้างกลไกการกำกับดูแลเพื่
อป้องกันการปล่อยสินเชื่อเกิ นความจำเป็น โดยการผลักดันให้ผู้ให้สินเชื่ อทั้งหมดเข้าร่วมเป็นสมาชิ กของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) เพื่อให้ผู้ให้บริการ/สถาบั นทางการเงินมีข้อมูลที่ครอบคลุ มเกี่ยวกับภาระหนี้โดยรวมของผู้ กู้มากขึ้น ตลอดจนปรับมาตรการควบคุมความเสี่ ยงระดับมหภาค (Macroprudential) เพื่อกำหนดเพดานหนี้โดยรวมแต่ ละราย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อการบริ โภคที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Consumer Loans) และบังคับใช้กับผู้ให้บริ การทางการเงินทุกประเภทอย่างเท่ าเทียม เพื่อป้องกันการสะสมหนี้ครัวเรื อนที่มากเกินกว่าความสามารถผู้ กู้ ควบคู่กับเพิ่มภูมิคุ้มกั นทางการเงินส่วนบุคคลและครัวเรื อน พัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) เพื่อเพิ่มรายได้ และจัดหาสวัสดิการพื้นฐาน เพื่อลดแรงจูงใจในการก่อหนี้ และป้องกันไม่ให้กลับมาอยู่ ในวงจรหนี้อีก นอกจากนี้ จำเป็นต้องมีการควบคุ มการโฆษณาสินเชื่อดอกเบี้ยสู งอย่างเหมาะสม พร้อมบังคับเปิดเผยต้นทุนที่แท้ จริงเพื่อความโปร่งใส ผลักดันสินเชื่อที่คิดอั ตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงลูกหนี้ แต่ละราย (Risk–based pricing) ให้ปฏิบัติได้จริง และผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดู แลให้สอดคล้อง เพื่อให้กลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิ นเชื่อในระบบได้มากขึ้น - ผู้ให้บริการและสถาบันการเงิน ยึดหลักการปล่อยกู้แบบรับผิดชอบ จำกัดภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) และบริหารหนี้เสียอย่างมีระบบ
- ผู้ค้าปลีก ใช้ช่องทางชำระ BNPL อย่างมีระบบร่วมกับผู้ให้บริการ BNPL ที่มีระบบบริหารจัดการหนี้เสีย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสภาพคล่
องธุรกิจในระยะยาว - ลูกหนี้ เพิ่มรายได้ และสร้างนิสัยออม เพื่อเป็นกันชนรองรับเหตุการณ์
ไม่คาดฝัน
อ่านต่อรายงานฉบับเต็มได้ที่… https://www.scbeic.com/th/deta
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















