TISCO ESU ชี้ตลาดอินเดียมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังปัจจัยพื้นฐานทั้งทางเศรษฐกิจและนโยบายหนุนการเติบโต โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ของอินเดียคาดว่าจะยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมายของ RBI ซึ่งเปิดพื้นที่ให้สามารถดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปได้ในระยะข้างหน้า

15

Today’s Data Releases

  • ยูโรโซน และสหรัฐฯ: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (Services PMI) เดือน ธ.ค.
  • ฝรั่งเศส และเยอรมนี: ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI EU Harmonized) เบื้องต้น เดือน ธ.ค.

Key economic indicators

Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

  • ตลาดหุ้นอินเดียมีผลการดำเนินงานที่ค่อนข้างอ่อนแอในปี 2025 โดยดัชนีสำคัญอย่าง MSCI India ยังคงซื้อขายอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนกันยายน 2024 แม้จะผ่านมานานกว่าหนึ่งปีแล้วก็ตาม ในขณะที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้ดัชนี MSCI India มีผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนี MSCI Emerging Markets อยู่ที่ประมาณ 20 pp ในปี 2025
  • อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเศรษฐกิจอินเดียเริ่มมีปัจจัยสนับสนุนด้านบวก (Upside) เพิ่มมากขึ้น โดยเราประเมินว่าปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยหนุนตลาดหุ้นอินเดียในระยะถัดไปมาจากทิศทางนโยบายการเงิน ซึ่งยังคงมีพื้นที่ให้ผ่อนคลายได้มากเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่ส่วนใหญ่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเข้าใกล้ระดับต่ำสุดแล้ว
  • ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของอินเดียอยู่ที่ระดับ 5.25% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาทองคำและอาหาร ได้ปรับลดลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 3% สะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำซึ่งเอื้อต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพิ่มเติม เราจึงประเมินว่านโยบายการเงินของอินเดียยังมีช่องว่างในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกพอสมควร ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และลดแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงินของธนาคาร รวมไปถึงกะตุ้นการเติบโตของสินเชื่อทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจในระยะถัดไป
  • นอกจากนโยบายการเงินแล้ว นโยบายภาครัฐของอินเดียยังถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยด้านบวกที่สำคัญ โดยเฉพาะนโยบายการคลังในส่วนของระบบภาษี Goods and Services Tax (GST) ที่มีแนวโน้มมุ่งเน้นไปที่ “การลดภาษีในกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน (Daily-use goods)” มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของภาคครัวเรือน ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้และความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก
  • ขณะเดียวกัน อินเดียยังได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศขึ้นสู่ระดับ BBB ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและเอื้อต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร นอกจากนี้ กระแสเงินทุนภายในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงตลาดและสนับสนุนโมเมนตัมการลงทุนโดยรวมของประเทศให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • จากภาพรวมของปัจจัยพื้นฐานที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับนโยบายการเงินและการคลังที่มีแนวโน้มสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้เราประเมินว่าในปีนี้ตลาดหุ้นอินเดียมีแนวโน้มกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง และมีโอกาส Outperformed ตลาดเกิดใหม่ได้ในระยะถัดไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon