KTC “จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ” คำถามการเงินของ Gen Z ที่คำแนะนำแบบเดิมไม่เคยตอบ

213

มิติหุ้น – ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเริ่มต้นปีใหม่มักมาพร้อมคำแนะนำทางการเงินในโทนเดียวกัน คือให้ระมัดระวังการใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย และเร่งเก็บเงินออมให้มากขึ้น แม้คำแนะนำเหล่านี้จะตั้งอยู่บนความหวังดี แต่สำหรับ Gen Z จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่ม first jobber หรือผู้ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นสร้างรายได้ คำถามแรกที่ต้องเผชิญไม่ใช่ “จะเก็บเงินอย่างไร” หากแต่คือ “จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ”

บริบททางการเงินที่ Gen Z เติบโตขึ้นมาแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ขณะที่ความคาดหวังเรื่องความมั่นคงกลับถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น รายงานปี 2025 จาก Deloitte และ Ernst & Young (EY) ระบุว่า ค่าครองชีพและความมั่นคงทางการเงินเป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้น ๆ ของคนรุ่นนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกนิยามว่า Financial Anxiety Generation ซึ่งหมายถึงคนรุ่นที่ยังอยู่ระหว่างสร้างตัว แต่ต้องรับมือกับโจทย์การเงินในระดับเดียวกับผู้ที่พร้อมแล้ว ภายใต้บริบทนี้ การให้คำแนะนำทางการเงินแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ เคทีซีจึงรวบรวม 3 กรอบคิดทางการเงินที่ Gen Z ไม่อาจมองข้าม เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่อาจสร้างภาระระยะยาว

  1. เงิน = เวลา (Time Horizon)

สำหรับ Gen Z เงินไม่ได้หมายถึงยอดคงเหลือในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่คือ “เวลา” ในการสร้างการเติบโตทางการเงิน ผู้ที่เริ่มทำงานในวัย 22–25 ปี แม้ยังไม่มีเงินก้อน แต่มีข้อได้เปรียบจากระยะเวลาการลงทุนที่ยาวกว่า หากเริ่มออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เงินจำนวนไม่มากในวันนี้สามารถเติบโตเป็นเงินก้อนในอนาคตได้ ความหมายของ “เงินคือเวลา” จึงไม่ใช่การมีมากกว่า แต่คือการเริ่มได้เร็วกว่า

  1. ความเสี่ยงที่แท้จริง = การตัดสินใจที่ย้อนกลับไม่ได้

ต้นตอของความกังวลทางการเงินไม่ได้เกิดมาจากการเริ่มต้นช้า แต่เกิดจากการรีบผูกชีวิตกับภาระที่ถอยออกได้ยาก โดยเฉพาะรายจ่ายคงที่ที่สูงเกิน 40–50% ของรายได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มทำงาน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย รถยนต์ หรือภาระผ่อนระยะยาว อาจลดพื้นที่ในการปรับตัวเมื่อรายได้ยังไม่มั่นคง ความยืดหยุ่นจึงเป็นทรัพยากรสำคัญไม่แพ้เงินสด

  1. ความมั่นคง = ระยะเวลาที่ไม่ต้องรีบตัดสินใจ

สำหรับผู้เริ่มต้นทำงาน เงินสำรอง 6–9 เดือนอาจเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินไป แต่การมีเวลาอย่างน้อย 30–60 วันที่ไม่ต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันทางการเงิน คือจุดเริ่มต้นของความมั่นคง ระยะเวลานี้อาจมาจากการลดรายจ่ายคงที่ หรือการมีรายได้เสริมระยะสั้น เมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้น การตัดสินใจทางการเงินจะเปลี่ยนจาก “ต้องเลือกเดี๋ยวนี้” เป็น “ขอคิดก่อน”

Financial Anxiety Generation ไม่ได้สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่บริหารเงินไม่เป็น หากแต่สะท้อนว่ากติกาทางการเงินเปลี่ยนไปเร็วกว่าความสามารถในการตั้งหลักของคนวัยเริ่มต้นทำงาน ในโลกที่ต้นทุนชีวิตสูงและความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ การเข้าใจโครงสร้างระหว่างเงิน เวลา และการตัดสินใจ จึงสำคัญไม่แพ้จำนวนเงินที่มีอยู่จริง และอาจเป็นความได้เปรียบทางการเงินที่สำคัญที่สุดของ Gen Z ในระยะยาว

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon