ASPS ชี้ตลาดหุ้นโลกพุ่งรับกระแส AI ขณะที่เม็ดเงินเริ่มไหลเข้ากลุ่มภาคการผลิตและหุ้นปันผลไทย

23

มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทุบสถิติสูงสุดใหม่ ขานรับนวัตกรรม AI จากงาน CES 2026 บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นจนสามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (All-time High) นำโดยดัชนี DOW JONES ที่บวก 1.0% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% แรงหนุนสำคัญมาจากความตื่นตัวในเทคโนโลยี AI ภายหลังการอัปเดตข้อมูลในงาน CES 2026 โดยเฉพาะบริษัท NVIDIA ที่ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มชิปใหม่ล่าสุดในชื่อ “Vera Rubin” ซึ่ง Jensen Huang ระบุว่าเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงแล้ว โดยมีประสิทธิภาพในการประมวลผลเร็วกว่ารุ่น Blackwell ถึง 5 เท่า และประหยัดพลังงานได้มากกว่า ซึ่งมีลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกอย่าง AWS, OpenAI และ Anthropic เตรียมเข้าใช้งานแล้ว นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ หากข้อมูลตลาดแรงงานที่จะประกาศในวันที่ 9 มกราคม 2569 มีสัญญาณที่อ่อนแอลง

จับตากลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและทิศทางเม็ดเงินโลก ในระดับภูมิภาค หุ้นกลุ่มอาวุธของเกาหลีใต้ เช่น Hanwha Aerospace และ Hyundai Rotem กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากการได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มประเทศสมาชิก NATO เนื่องจากคลังอาวุธประเภทปืนใหญ่และรถถังของ NATO มีปริมาณน้อยกว่ารัสเซียค่อนข้างมาก ส่งผลให้มีการเร่งจัดซื้ออาวุธทางการทหารมากขึ้น โดยเฉพาะดีลใหญ่จากประเทศโปแลนด์ ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความไม่สงบในเวเนซุเอลาได้ผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น แร่เงิน (+16% MTD), ทองแดง (+7% MTD) และทองคำ (+4% MTD) อีกทั้งยังเห็นสัญญาณการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่เริ่มหมุนเงินจากหุ้นกลุ่มบริการ (Service Base) เข้าสู่หุ้นอิงภาคการผลิต (Manufacturing Base) มากขึ้น

ทิศทางดอกเบี้ยไทย: กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยยาว แม้เงินเฟ้อติดลบ สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทย เงินเฟ้อทั่วไปเดือน ธ.ค. 2568 มีแนวโน้มติดลบต่อเนื่องที่ -0.3% YoY อย่างไรก็ตาม คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ยังคงฟื้นตัวได้ดีที่ +0.7% YoY และสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เข้าขั้นวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงที่ต้องรีบลดดอกเบี้ยทันที โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงครึ่งปีแรก และอาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2569 สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ไทยที่เริ่มทรงตัวสะท้อนว่าตลาดเริ่มปรับความคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะยังไม่ลดลงในเร็วๆ นี้

กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นที่น่าจับตา จากปัจจัยข้างต้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เน้นหุ้นไทยที่อิงกับภาคการผลิตและหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง ดังนี้:

  • กลุ่มหุ้นอิงภาคการผลิตที่เติบโตดี: แนะนำเก็งกำไรในหุ้นTOP, TASCO, DELTAและ STA
  • กลุ่มหุ้นปันผลสูง: แนะนำทยอยสะสมหุ้นSIRI, PTT, ICHI, LH, PTTEPและ MAJOR เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

สรุปประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

  1. ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls):เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยFED
  2. คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ: เกี่ยวกับมาตรการภาษีของทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการค้าโลก

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon