TISCO ESU ประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ในเวเนซุเอลาจะไม่ส่งผลกระทบต่อสมดุลตลาดน้ำมันโลกอย่างมีนัยภายในปี 2026 จากเหตุผลด้านกระบวนการทางการเมือง กฎหมาย และระยะเวลาที่ต้องใช้ในการลงทุนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมันเวเนซุเอลา

16

Today’s Data Releases

  • ญี่ปุ่น: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (Services PMI) เดือน ธ.ค.
  • ไทย, ยูโรโซนและสหรัฐฯ: ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค.

Key economic indicators

Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

  • สหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการทหารครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ด้วยการบุกจับนาย Nicolás Maduro อดีตปธน. เวเนซุอาลา และส่งสัญญาณเข้าแทรกแซงทางการเมืองอย่างมีนัย ตามแนวทาง Trump Corollary ที่ได้เปิดเผยในแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงชาติในเดือนก่อน
  • ตลาดบางส่วนมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การยกเลิกคว่ำบาตรเวเนซุเอลา และทำให้การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลากลับมาเพิ่มสูงขึ้นได้ตั้งแต่ปีนี้ อย่งไรก็ดี เรากลับมองแนวโน้มของสถานการณ์เฉพาะในเวเนซุเอลาจะไม่ส่งผลกระทบต่อสมดุลตลาดน้ำมันโลกอย่างมีนัยภายในปี 2026 จากเหตุผลด้านกระบวนการทางการเมือง กฎหมาย และระยะเวลาที่ต้องใช้ในการลงทุนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมัน
  • เราคาดว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเวเนเซุเอลาจะกินเวลาอย่างน้อยหลายเดือน หรือยาวนานกว่านั้น จนกว่าจะมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ (Regime change) ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หลังจากนาย Maduro ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2013 ถูกบังคับให้ต้องลงจากตำแหน่งฉับพลัน และหากเกิดความไม่ราบรื่นใด ๆ ก็อาจทำให้ระยะเวลาดังกล่าวยืดเยื้อออกไปอีก
  • หลังจากนั้น เวเนซุเอลาจำเป็นต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ ขณะที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติอย่าง PDVSA ก็จำเป็นต้องได้รับการปรับโครงสร้างบริหาร และแก้ไขให้มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนและเอื้อต่อการดำเนินงานมากขึ้น เพื่อรองรับข้อตกลงการร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่างประเทศในอนาคต
  • และเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่แล้ว บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จะต้องเข้ามาประเมินแหล่งผลิต วิเคราะห์งบลงทุน (Feasibility analysis) เพื่อพิจารณาว่าโครงการใดมีความคุ้มค่า และสามารถเดินหน้าได้ภายใต้ระดับราคาน้ำมันเท่าใด จากนั้น ทีมผู้บริหารจะต้องนำผลการประเมินเหล่านี้เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับขนาดและจังหวะของการลงทุน
  • ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ คาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี และหลังจากทุกขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น จึงคาดจะเริ่มเห็นบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ กลับมาลงทุน และผลักดันกำลังการผลิตน้ำมันให้เพิ่มขึ้น ทำให้การเพิ่มการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม อาจเกิดขึ้นได้อย่างเร็วในปี 2028-2029 นับเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างระยะยาวที่จะส่งผลต่อราคาน้ำมันในอีก 3-5 ปีข้างหน้า มากกว่าที่จะเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพื้นฐานจริงภายในปีนี้
  • ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงคงมุมมองราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ประมาณ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นปี ก่อนจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวไปทดสอบระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงกลางปีถึงปลายปี 2026
  • อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น เรามองว่าสถานการณ์ในเวเนซุเอล่ายังค่อนข้างเป็นลบต่อราคาน้ำมัน (Slightly bearish) โดยเฉพาะหลังจากที่ปธน. ทรัมป์ ได้ออกมากล่าวว่า จะดำเนินการให้สหรัฐฯ เข้าซื้อน้ำมันดิบที่ถูกคว่ำบาตรไว้และไม่สามารถส่งออกได้ก่อนหน้านี้ ในปริมาณราว 30-50 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดนำเข้า-ส่งออกน้ำมันขึ้นในระยะสั้น

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon