TISCO ESU เรามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีน ที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ หลังภาครัฐส่งสัญญาณขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ขณะที่สภาพคล่องในระบบและแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนเริ่มฟื้นตัว

7

Today’s Data Releases
  • จีน: ยอดส่งออก-นำเข้า (Exports-Imports) และดุลการค้า (Trade Balance) เดือน ธ.ค.
  • ญี่ปุ่น: ยอดคำสั่งซื้อเครื่องจักร (Machine Tool Orders) เบื้องต้น เดือน ธ.ค.
  • สหรัฐฯ: รายงานปริมาณการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBA Mortgage Applications) สิ้นสุดสัปดาห์ ณ วันที่ 9 ม.ค., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือน พ.ย. และยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) เดือน ธ.ค.
Key economic indicators
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
  • จีนเป็นประเทศที่มีเงินทุนไหลเข้าผ่านดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นจำนวนมาก จากศักยภาพในการแข่งขันของภาคการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลให้สกุลเงินหยวนของจีนเผชิญแรงกดดันให้แข็งค่าในระดับโครงสร้างจากบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลมหาศาลตลอดเวลา ส่งผลให้ในอดีต จีนใช้วิธีบริหารค่าเงินหยวนด้วยการนำเงินจากบัญชีเดินสะพัด (Current account inflows) ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในบัญชีการเงิน (Financial account outflows) เพื่อลดแรงกดดันการแข็งค่าของเงินหยวน
  • อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่การจำกัดการเข้าถึง ไปจนถึงการยึดครองสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศของรัสเซียเมื่อปี 2014 จากข้อพิพาทไครเมีย และปี 2022 จากสงครามยูเครน ทำให้การถือครองสินทรัพย์ต่างชาติมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น ส่งผลให้จีนต้องพึ่งพานโยบายการเงินภายในประเทศมากขึ้นในการรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน
  • ผลที่ตามมาคือ จีนจำเป็นต้องเร่งการเติบโตของเงินในระบบ (M2 Money Supply) ในอัตราที่เร็วกว่าการเติบโตของอุปทานเงินของต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ เพื่อชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินหยวนที่อาจสร้างผลกระทบต่อภาคการส่งออกในภาวะที่จีนเผชิญภัยคุกคามจากสงครามการค้า
  • เมื่อพิจารณาผลต่อตลาดทุน เราพบว่าการขยายตัวของ M2 ในระดับที่สูงขึ้นในประเทศจีน สะท้อนสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง มักส่งผลให้ค่า P/E ของตลาดหุ้นปรับสูงขึ้นตามลำดับ แม้ปัจจุบันตลาดจะสะท้อนความคาดหวังดังกล่าวไปบางส่วนแล้วหากพิจารณา P/E ของดัชนี MSCI China ที่ฟื้นขึ้นมาอยู่ราว 12.5 เท่า ทว่ายังต่ำกว่าระดับ 16-18 เท่าเมื่อปี 2020-2021 อยู่มาก ทำให้ยังมีโอกาสในการปรับตัวสูงขึ้นหากสภาพคล่องในระบบเพิ่มขึ้นตามที่เราคาดการณ์ไว้
  • ซึ่งเรามองว่าทางการจีนมีแนวโน้มเดินหน้าใช้เครื่องมือทั้งในด้านนโยบายการเงินที่จะผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยเราคาดว่าธนาคารกลางจีน (PBoC) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงรวม 20 bps และปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลงอีก -50 bps ในปี 2026
  • ขณะที่ในฝั่งการคลัง เราประเมินว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ หลังจากเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักมาหลายปี ขณะนี้นโยบายกำลังเปลี่ยนทิศทางไปสู่ “การปรับสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภคภายในประเทศ” หรือการให้ความสำคัญกับการบริโภคให้กระจายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้นให้สอดคล้องกับความสามารถของภาคการผลิต
  • นอกจากนี้ ประมาณการ Consensus EPS ของตลาดหุ้นจีนในปี 2026 ยังมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับในปี 2025 โดยนักวิเคราะห์คาดว่า EPS ของตลาดหุ้นจีนจะกลับมาเติบโตได้ในระดับสองหลักที่ประมาณ 12.7% ในปี 2026 และเร่งขึ้นเป็นกว่า 15.0% ในปี 2027 สะท้อนความคาดหวังต่อผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสนับสนุนภาคธุรกิจขนาดย่อม และการปรับนโยบายที่มุ่งสร้างรายได้และความมั่งคั่งให้กับภาคครัวเรือนที่มากขึ้น
  • โดยสรุป การปรับทิศทางนโยบายที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภายในประเทศมากขึ้น ประกอบกับทิศทางในการบริหารค่าเงินที่ผลักดันให้จีนเร่งเพิ่มสภาพคล่องในระบบ และแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตในระดับสองหลัก ส่งผลให้เราประเมินว่าตลาดหุ้นจีนมีโอกาสเติบโตได้โดดเด่นในปีนี้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon