
มิติหุ้น – บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินราคาทองคำปี 2569 ยังมีโอกาสทดสอบ 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 70,350 บาทต่อบาททองคำ จากปัจจัยหนุนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ด้านเฟด มีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยลง 0.50% สู่ระดับ 3.25% และเงินเฟ้อที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.5–2.7%
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินแนวโน้มราคาทองคำคำในปี 2569 ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะปรับขึ้นทดสอบ 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 70,350 บาทต่อบาททองคำ จากปัจจัยหนุนทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค อาทิ สหรัฐฯ–เวเนซุเอลา ที่ต้องการปราบปรามยาเสพติด ควบคุมทรัพยากรน้ำมัน เพราะเวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก และลดอิทธิพลของจีนและรัสเซีย ซึ่งมีการติดต่อกับเวเนซุเอลา
สหรัฐฯ–ซีเรีย ที่มีการโจมตีกลุ่ม รัฐอิสลาม (ISIS/IS) ทั่วประเทศซีเรีย โดยเน้นไปที่ค่ายฝึก เครือข่ายการขนส่ง และคลังอาวุธ เป็นการ “ล้างแค้น” (Retaliation) ต่อเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ที่กลุ่ม ISIS ซุ่มโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในเมืองพัลไมรา (Palmyra) ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ 2 นาย และล่ามชาวอเมริกัน 1 คนเสียชีวิต
รวมถึงการขยายบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งแร่หายากที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงาน เช่น ลิเทียม และแร่อื่นๆ อีกกว่า 31 ชนิด ซึ่งมีความจำเป็นมาก ในการผลิตชิปคอมพิวเตอร์, แบตเตอรี่รถยนต์ EV และอาวุธยุทโธปกรณ์ และจัดว่ากรีนแลนด์เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร โดยทรัมป์ มองว่า กรีนแลนด์ คือ “ปราการด่านหน้า” ของอเมริกาเหนือ ซึ่งจะมีการติดตั้งเรดาร์แจ้งเตือนภัยขีปนาวุธนิวเคลียร์ และเส้นทางเดินเรือใหม่ (Northern Sea Route) เส้นทางลัดสำคัญที่เชื่อมต่อเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนมหาศาล
ด้านจีน–ญี่ปุ่น เองก็มีการส่งสัญญาณออกมาต่อเนื่อง ล่าสุดทางนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ของญี่ปุ่น ระบุว่าหากจีนใช้กำลังทางทหารกับไต้หวัน ญี่ปุ่นอาจพิจารณาใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องความมั่นคงของตน จีนประกาศ ระงับการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) และการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% สู่ระดับ 3.25% ในปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการชะลอตัวของการลงทุน โดยการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม กระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนในตลาดทุน รวมถึงสนับสนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงและทองคำให้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 2.5–2.7% ลดลงจากปี 2568 สะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาที่เริ่มผ่อนคลายลง แม้ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดที่ 2% แต่ถือว่าอยู่ในทิศทางที่ควบคุมได้ ซึ่งมองว่าช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า เฟด สามารถดำเนินนโยบายการเงินแบบ ผ่อนคลายได้โดยไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเงินเฟ้อเร่งตัว
อย่างไรก็ตามแม้ว่าราคาทองคำอยู่ในระดับสูง แต่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างประเทศยังดำเนินต่อ ทั้งในตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา อีกทั้งสหรัฐมีแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมจาก 9.01 แสนล้านดอลลาร์ (31.5 ล้านล้านบาท) เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (52.5 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2570 เพื่อสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนทองคำสำหรับปี 2569 ให้ทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมาในกรอบ 4,450-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


















