Pi Daily ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้น้ำหนักกับผลประกอบการหลัง TSMC รายงานรายได้และกำไรแข็งแกร่ง หนุนหุ้นในกลุ่มชิป (NVIDIA AMD) ส่วนตลาดหุ้นไทยนักลงทุนเริ่มมองบวกมากขึ้นคาดว่ามาจากประเด็น Election Rally

13

มิติหุ้น – Pi Daily ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้น้ำหนักกับผลประกอบการหลัง TSMC รายงานรายได้และกำไรแข็งแกร่ง หนุนหุ้นในกลุ่มชิป (NVIDIA AMD) ส่วนตลาดหุ้นไทยนักลงทุนเริ่มมองบวกมากขึ้นคาดว่ามาจากประเด็น Election Rally กลุ่มที่ปรับลงมาแรงก่อนหน้าเริ่มเห็นแรงซื้อ ระยะส้ันแนะนำกลุ่มได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งอย่าง ค้าปลีก การเงิน โดยกลุ่มการเงินได้ประโยชน์จากการปรับลง TH Bond Yield อีกเช่นกัน ขณะที่ Valuation ไม่แพง

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 292 จุด (+0.6%) ได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มธนาคารหลังจาก GS , MS รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดการณ์ รวมไปถึงหุ้น TECH ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 4.2% หลังจากทรัมป์ระบุว่าการปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่านเริ่มน้อยลง

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ รายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 1.98 แสนรายดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.15 แสนราย กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับขึ้นมาเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักกับตลาดหุ้นเพราะหันไปให้ความสนใจกับผลประกอบการที่ทยอยรายงานออกมา อย่างวานนี้ TSMC (ผู้นำในการผลิต Semiconductor) รายงานรายได้ในช่วง 4Q25 พบว่าขยายตัว 25.5%YoY พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่งที่ 62.3% ทำได้ดีกว่าที่เคย Guidance ไว้ในช่วง 59-61% พร้อมกับกำไรสุทธิที่ขยายตัว 35%YoY ROE แข็งแกร่งที่ 38.8% ส่งผลให้ราคาหุ้น TSM เมื่อคืนปิดบวก 4.7% และหนุนหุ้นในกลุ่มผู้ผลิต Hardware (NVIDIA +2% AMD +2%) สัปดาห์หน้าก็จะมีการรายงานหลายตัว หากเป็นตัวที่ตลาดให้น้ำหนักจะได้แก่

Netflix J&J หากดีกว่าคาดการณ์จะยิ่งเป็นปัจจัยหนุนหุ้นสหรัฐฯ กลับมามองที่ปัจจัยในประเทศจะพบว่าวานนี้ SET INDEX เริ่มฟื้นตัว +1.4% หุ้นที่ปรับลงมาก่อนหน้าเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาเช่น BDMS รวมไปถึงกลุ่มที่อ่อนไหวกับดอกเบี้ยอย่าง Non Bank (MTC SAWAD TIDLOR) ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการประกาศผลประกอบการที่ดีกว่าคาดการณ์ของ KTC และการปรับลงของ Thai Bond Yield กลุ่มค้าปลีกก็เริ่มฟื้นตัวคาดว่าตลาดเริ่มมองถึงประเด็น Election Rally ปัจจัยติดตามคืนนี้ (ไม่ได้สำคัญมาก) ได้แก่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.1%MoM รวมไปถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1255 – 1270 อาจชะลอตัวช่วงสั้นจากการปรับขึ้นมาแรงวานนี้ประกอบกับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลง แต่ระยะถัดไปยังมีมุมมองเชิงบวกในช่วงที่กำลังเข้าใกล้เลือกตั้ง ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเริ่มมองถึง Theme Election Rally ซึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์จะประกอบไปด้วย ค้าปลีก (CPALL HMPRO) การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) ศูนย์การค้า (CPN) ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับลงดีกับกลุ่มสายการบิน (BA) กลุ่มธนาคารพาณิชย์หากราคาปรับลงมาก็มองเป็นกลุ่มน่าสนใจจากปันผลระดับสูง

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 59.00 บาท)

คาดกำไรปกติของ CPALL เติบโตต่อเนื่อง 4% YoY ในปี 2026 หนุนจากการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค, Sentiment การบริโภคที่ดีขึ้นจากเม็ดเงินสะพัดช่วงการเลือกตั้ง, และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. เพิ่มเติมจากช่วงเวลาเดิม เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2025 เป็นระยะเวลา 180 วัน (6 เดือน)

MTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท)

ปี 2026 คาดกำไรสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง 13% โดดเด่นในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ หนุนจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อ 2) NIM ขยายตัวผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยลดลง และ 3) Credit cost ผ่อนคลายลงจากการควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย คาด Credit cost ลดลงที่ 246 bps ในปี 2026 จาก 253 bps ในปี 2025

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon