วันพุธ 21 มกราคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

Pi Daily คาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจเริ่มพักฐานจากการ Rally ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดราว 5% หนุนโดย Election Rally ผสานกับแรงกดดันจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับลงกังวลกับภูมิรัฐศาสตร์

13

มิติหุ้น – Pi Daily คาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจเริ่มพักฐานจากการ Rally ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดราว 5% หนุนโดย Election Rally ผสานกับแรงกดดันจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับลงกังวลกับภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับวานนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ YTD ยังคงลดลง 7.6% และกำไรของ BBL ต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ราว 24%

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 870 จุด (-1.76%) รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับยุโรปจากการขู่จะขึ้นภาษียุโรป 10% ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.5% หลังมีรายงานว่าแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในคาซัคสถานได้ระงับการผลิตชั่วคราว

เมื่อคืนที่ผ่านมาหุ้นสหรัฐฯมิได้มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ตลาดไปให้น้ำหนักกับเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป กดดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับลง โดยเป็นการปรับลงในทุกๆกลุ่มไม่ว่าจะเป็น Technology Retail Trade Finance ทำให้เม็ดเงินไหลกลับไปยังทองคำปรับขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเช้านี้ Gold Spot ยังคงบวกต่อที่ 0.3% สะท้อนถึงมุมมองเชิงระมัดระวังของตลาด ในขณะเดียวกันพบว่าค่าเงินบาทแข็งค่าและบางช่วงเวลาแข็งค่าต่ำกว่าระดับ 31 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ผลจากการที่ Dollar Index อ่อนค่าอย่างมีนัยยะ โดยระยะสั้นเห็นกระแสเงินทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อสุทธิในหุ้นไทย วานนี้ +3.6 พันล้านบาท มองปรากฎการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งพักเงินชั้นดีจากราคาหุ้นไม่แพง กระแสเงินสด ที่ค่อนข้างดีและมีปันผลระดับน่าสนใจผสานกับมีปัจจัยหนุนเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน ก.พ. แต่อย่างๆไรก็ตามหากถามว่าจะปรับขึ้นได้ไกลหรือไม่สำหรับตลาดหุ้นไทย

เบื้องต้นยังเชื่อว่าไปได้ไม่ไกลมากนักเพราะยังถูกจำกัดด้วยปัจจัยพื้นฐานจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำประกอบกับล่าสุดเมื่อวานนี้ที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ ต้นเดือนมกราจนถึงล่าสุดพบว่าลดลง -7.57% YoY อย่างไรก็ตามมีข้อดีคือจำนวนนักท่องเที่ยวจีนกลับขึ้นมาเป็นอันดับแรกราว 2 แสนคนและรายสัปดาห์ที่ 8.8 หมื่นคน (+8%WoW) อย่างไรก็ตามให้น้ำหนักกับ YoY เป็นหลักที่ยังคงลดลง คืนนี้รอติดตามตัวเลข Pending Home Sale Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ในช่วง -0.5%MoM วันนี้ประเมิน SET INDE อาจชะลอตัวหรือปรับลงในกรอบ 1285 – 1300 รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นภูมิภาค (Nikkei -1.3% Korea -0.6%) ประกอบกับตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดราว 5% เสี่ยงเผชิญกับแรงทำกำไรระยะสั้น โดยรอติดตามผลประกอบการหากรายงานดีกว่าคาดการณ์อาจกลับมาช่วยหนุนการฟื้นตัว ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นกลับมามองที่กลุ่ม Domestic Play ที่ผลกระทบจากภายนอกจำกัด อาทิ ค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN) โรงพยาบาล (BDMS BCH) เครื่องดื่ม (ICHI) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD)

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 58.00 บาท)
Valuation ที่น่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ราว 13xPE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3% โดยเราคาดรายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 6.9 พันล้านบาท (-4%YoY, +5%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ที่ -1.5% และการลดลงของกำไรของ CPAXT

BCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท)
มองว่ากำไรสุทธิปี 2025 จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) หนุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลประทบต่อผลประกอบการปี ด้วยเพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาส 3 มาเป็นช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ใน 4Q25 เติบโต YoY จากฐานต่ำ 2) ไม่มีปัจจัยลบจากการลดเงินค่าโรคซับซ้อมที่มีต้นทุนสูง (Adj. RW >2) เหมือนเช่นในปี 2024

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon