วันศุกร์ 23 มกราคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

TISCO ESU ชี้ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026F ขึ้นเป็น 3.3% แต่ระบุว่าความเสี่ยงยังคงโน้มไปทางด้านต่ำ

6

Today’s Data Releases
  • ญี่ปุ่น: ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค.
  • ญี่ปุ่น, ยูโรโซน, อังกฤษ และสหรัฐฯ: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการ (Manufacturing and Services PMI) เบื้องต้น เดือน ม.ค.
  • อังกฤษ: ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือน ธ.ค.
  • สหรัฐฯ: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U. of Mich. Sentiment) เดือน ม.ค.
Key economic indicators
Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
Source: IMF, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ ผ่านรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook)  โดย IMF ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2025F และ 2026F ขึ้น +0.1ppt และ +0.2ppt เป็น 3.3% และ 3.3% ตามลำดับ ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2027F ไว้ที่ 3.2% ตามเดิม
  • หากพิจารณาเป็นรายประเทศ IMF ทบทวนประมาณการของประเทศหลักดังต่อไปนี้
    • สหรัฐฯ – IMF คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.4% ในปี 2026F (vs. 2.1% คาดการณ์ก่อนหน้า) จากแรงส่งของนโยบายการคลังหลังรัฐบาลผ่านกฎหมายงบประมาณระยะยาว (One Big Beautiful Bill Act) ซึ่งรวมไปด้วยการเพิ่มวงเงินการลดหย่อนภาษีให้แก่ครัวเรือนและธุรกิจ เป็นต้น ขณะที่ Fed ยังมีแนวโน้มปรับลดความตึงตัวของนโยบายการเงินเพิ่มเติมในปีนี้ นอกจากนี้ การเบิกจ่ายของภาครัฐที่ล่าช้าไปบ้างในช่วงไตรมาสที่ 4/2025 จากการปิดทำการ (Government Shutdown) จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้กับเศรษฐกิจ ทั้งนี้ IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2027F ลงเป็น 2.0% (vs. 2.1% คาดการณ์ก่อนหน้า)
    • ยูโรโซน – IMF คาดเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 1.3% ในปี 2026F (vs. 1.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2027F ไว้ที่ 1.4% โดย IMF ประเมินว่าแรงส่งจะมาจากการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นสำคัญ หลังเยอรมนีผ่านกฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางในช่วงปี 2025F ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศสเปนและไอร์แลนด์ยังมีแนวโน้มขยายตัวดี และเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้กับการเติบโตของยูโรโซน
    • ญี่ปุ่น – IMF คาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 0.7% ในปี 2026F (vs. 0.6% คาดการณ์ก่อนหน้า) ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2027F ไว้ที่ 0.6% โดยการปรับประมาณเศรษฐกิจขึ้นในปี 2026 เป็นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านสภาไปในช่วงก่อน ซึ่งประกอบไปด้วยมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพ แผนการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานในหลายอุตสาหกรรมและกลาโหม
    • จีน – IMF คาดเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.5% ในปี 2026F (vs. 4.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากนโยบายการคลังที่ยังผ่อนคลาย ประกอบกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่สัมฤทธิ์ผล ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ จัดเก็บกับประเทศจีนปรับตัวลดลงต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงเป็น 4.0% ในปี 2027F (vs. 4.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) จากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังคงอยู่
    • ไทย – IMF คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2026F ไว้ที่ 1.6% และมองว่าจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2027F เป็น 2.2%
  • IMF คาดว่าเงินเฟ้อโลกจะชะลอตัวลงจาก 4.1% ในปี 2025F เป็น 3.8% ในปี 2026F และ 3.4% ในปี 2027F
  • ทั้งนี้ แม้ IMF จะปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกขึ้น แต่มองว่าความเสี่ยงต่อประมาณการยังโน้มไปทางด้านต่ำ (“Risks to the outlook for the global economy remain tilted to the downside”) โดย IMF กล่าวถึงเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานั้นกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่อุตสาหกรรมและในทางตรงกันข้าม หากปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานหรือการผลิตได้มากอย่างที่คาดหวังไว้ อาจนำไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ต่ำลงและการปรับฐานของตลาดทุน ซึ่งจะกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ มาตรการกีดกันการค้าและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจและกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม
  • โดยสรุป เศรษฐกิจโลกยังสะท้อนความยืดหยุ่นและทนทาน และได้แรงหนุนจากเครื่องยนต์ใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งส่งผลให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาเหนือและเอเชียเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลนีที่เกี่ยวข้องขึ้น อีกทั้งธนาคารกลางหลักหลายแห่งของโลกได้ปรับลดความตึงตัวของนโยบายการเงินลงตามเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ประกอบกับประเทศต่างๆ กำลังดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุก ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบด้านลบจากมาตรการกีดกันการค้าในช่วงที่ผ่านมา

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon