
มิติหุ้น – Source: MoC, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
ไทยขาดดุลการค้าภายใต้ระบบศุลกากรที่ระดับ 352 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือน ธ.ค. โดยการส่งออกสินค้าเร่งตัวสูงขึ้นมากสู่ระดับ 16.8% YoY (vs. 7.1% เดือนก่อน) ขณะที่การนำเข้าสินค้ายังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องในอัตราสองหลักที่ 18.8% (vs. 17.6% เดือนก่อน)
การส่งออกและนำเข้าสินค้าภายใต้ระบบศุลกากรในปี 2025 การส่งออกและนำเข้าขยายตัวได้ 12.9% YoY ในอัตราที่เท่ากัน ขณะที่เมื่อพิจารณาในภาคเศรษฐกิจจริง (ไม่รวมทองคำ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และอาวุธ) การส่งออกสินค้ายังคงขยายตัวได้ในระดับสูงที่ 14.0% ในปี 2025 ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าสุทธิอยู่ที่ 5.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อุปสงค์จากประเทศคู่ค้ายังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดหลักขยายตัวได้สูงขึ้นมากกลับมาในระดับเลขสองหลัก 19.2% YoY (vs. 7.4% เดือนก่อน) โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐฯ (54.3% vs. 37.9% เดือนก่อน) ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ตามด้วย EU-27 (17.2% vs. 12.0% เดือนก่อน) และ ASEAN-5 (13.1% vs. 5.7% เดือนก่อน) นอกจากนี้ การส่งออกไปจีน (4.4% vs. -7.8% เดือนก่อน) และญี่ปุ่น (8.6% vs. -8.9% เดือนก่อน) กลับมาขยายตัวได้ ส่วนการส่งออกไปยังตลาดรองขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 7.9% (vs. 7.6% เดือนก่อน) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของการส่งออกไปยังออสเตรเลีย (30.2% vs. 2.7% เดือนก่อน) และตะวันออกกลาง (20.5% vs. -3.6% เดือนก่อน) ขณะที่การส่งออกไปฮ่องกง (6.0% vs. -4.1% เดือนก่อน) และไต้หวัน (-5.9% vs. -3.1% เดือนก่อน) กลับมาเป็นบวก แต่การส่งออกไปอินเดีย (-17.9% vs. 64.6% เดือนก่อน) กลับมาหดตัว เช่นเดียวกับการส่งออกไปบางประเทศยังคงหดตัวต่อเนื่อง อาทิ เกาหลีใต้ (-8.9% vs. -3.2% เดือนก่อน)
หากพิจารณาตามลักษณะของสินค้า การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวได้ 2.8% YoY (vs. -9.5% เดือนก่อน) ถือเป็นการกลับมาขยายตัวในรอบ 5 เดือน โดยมีแรงสนับสนุนจากการกลับมาขยายตัวของสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรที่ 6.8% ขณะที่สินค้าเกษตรเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว หดตัวลดลงที่ -0.6% โดยการส่งออกอาหารกลับมาขยายตัวได้ 8.8% (vs. -5.4% เดือนก่อน) ผลจากการส่งออกสำคัญหลายรายการกลับมาขยายตัว อาทิ ไก่แปรรูป (14.6% vs. -7.4% เดือนก่อน) อาหารทะเลแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง (2.4% vs. -3.9% เดือนก่อน) และผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง อบแห้ง และบรรจุกระป๋องที่ลดลงต่อเนื่อง (12.6% vs. -24.1% เดือนก่อน) อย่างไรก็ดี สินค้าส่งออกสำคัญบางรายการยังคงสร้างแรงกดดันต่อภาพรวม ได้แก่ เนื้อสุกรแช่แข็ง (-28.7% vs. -3.9% เดือนก่อน) น้ำตาล (-10.2% vs. -9.5% เดือนก่อน) และข้าว (-27.4% vs. -18.7% เดือนก่อน) ขณะที่การส่งออกยางพารา (-1.9% vs. -12.0% เดือนก่อน) เริ่มหดตัวในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากปริมาณการส่งออกกลับมาขยายตัว แม้ว่าราคายังคงปรับลดลงอยู่ก็ตาม
ด้านสินค้าอุตสาหกรรม: การส่งออกขยายตัวได้สูงที่ 20.3% YoY (vs. 12.2% เดือนก่อน) และยังคงเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 โดยสินค้าหลักหลายรายการยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง อาทิ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และชิ้นส่วน (51.5% vs. 59.9% เดือนก่อน) ยังขยายตัวได้ ถึงแม้ว่าการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะหดตัวต่อเนื่อง (-14.5% vs. -16.2% เดือนก่อน) สินค้าหลักอื่นๆ ที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง อาทิ เครื่องจักรและชิ้นส่วน (22.8% vs. 5.1% เดือนก่อน) โทรศัพท์และชิ้นส่วน (102.6% vs. 68.0% เดือนก่อน) เซมิคอนดักเตอร์ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (120.5% vs. -38.3% เดือนก่อน) ตู้สวิตช์ไฟฟ้าและแผงควบคุม (33.2% vs. 35.1% เดือนก่อน) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ (73.0% vs. 41.3% เดือนก่อน) นอกจากนี้ สินค้าส่งออกบางรายการสามารถพลิกกลับมาขยายตัวได้ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์ และชิ้นส่วน (5.0% vs. -8.0% เดือนก่อน) ในทางกลับกัน สินค้าส่งออกหลายรายการยังคงหดตัวต่อเนื่อง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน (-1.8% vs. -14.8% เดือนก่อน) แม้ว่าการหดตัวจะเริ่มชะลอลงก็ตาม
ด้านการนำเข้า: เมื่อพิจารณารายละเอียดการนำเข้าสินค้า พบว่าการนำเข้าทุกหมวดหลักขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินค้าทุน 31.7% YoY (18.7% เดือนก่อน) และยานยนต์และชิ้นส่วน (39.3% YoY vs. 10.0% เดือนก่อน) รองลงมาคือสินค้าบริโภค (27.2% YoY vs. 8.2% เดือนก่อน) และวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป (19.9% YoY vs. 29.7% เดือนก่อน) อย่างไรก็ดี การนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงยังคงหดตัวต่อเนื่องที่ (-17.1% YoY vs. -16.7% เดือนก่อน)
การส่งออกในเดือน ธ.ค. เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปที่เร่งตัวขึ้นตามราคาทองคำโลกที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 14.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน และสูงสุดนับตั้งแต่ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากการเข้าสู่ฤดูกาลส่งออกประกอบกับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการส่งออกยานยนต์และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับมาขยายตัวได้
ทั้งนี้ การส่งออกทั้งปี 2025 ขยายตัวได้สูงสุดในรอบ 4 ปี เป็นผลมาจากการยกเว้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สำหรับสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่งผลยังช่วยพยุงการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี สินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรยังคงหดตัวอย่างน่าเป็นห่วง ทั้งจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก
เราคาดว่าการส่งออกในปี 2026 จะมีแนวโน้มหดตัวประมาณ -2.1% ท่ามกลางปัจจัยกดดันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และผลของฐานสูง (high-base effect) จากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น โดยสหภาพยุโรป (EU) เริ่มบังคับใช้กลไกปรับภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM: Carbon Border Adjustment Mechanism) อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าใน EU ต้องจัดซื้อใบรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CBAM certificates) ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมส่งออกหลักในกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า รวมถึงอะลูมิเนียม นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยฉุดรั้งความสามารถในการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรต่ำ อาทิ ภาคการเกษตร
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















