
Today’s Data Releases
-
ญี่ปุ่น: ดัชนีราคาผู้ผลิตภาคบริการ (PPI Services) และ ยอดคำสั่งซื้อเครื่องจักร (Machine Tool Orders) เบื้องต้น เดือน ธ.ค.
-
สหรัฐฯ: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เบื้องต้น เดือน ม.ค.
-
ยูโรโซน: ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ (New Car Registration) เดือน ธ.ค.
Key economic indicators

Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)
-
ในปี 2025 ราคาทองคำสร้างปรากฏการณ์พุ่งขึ้
นถึง +65% นับเป็นผลตอบแทนรายปีที่ โดดเด่นที่สุดในรอบเกือบครึ่ งศตวรรษ และยังทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่ องจนขึ้นมาทรงตัวเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ คิดเป็นการปรับสูงขึ้ นแล้วกว่า +17% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 (ณ วันที่ 27 ม.ค.) จากแรงหนุนปัจจัยความเชื่ อมั่นที่ถดถอยของสกุลเงิน Fiat (Debasement Trade) และปั ญหาความขัดแย้งทางด้านภูมิรั ฐศาสตร์ -
โดยหนึ่งในมุมมองที่เป็นปัจจั
ยหนุนต่อราคาทองคำในช่วงหลัง คื อบทบาทของทองคำในฐานะ “Anti-Fiat Currency” หรือสิ นทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสื่ อมถอยของสกุลเงิน Fiat ซึ่งได้ เข้ามามีบทบาทท่ามกลางความกั งวลต่อเสถียรภาพของสกุลเงินหลั กที่เพิ่มสูงขึ้น จากการขยายตัวของหนี้ สาธารณะในประเทศเศรษฐกิจหลั กขนาดใหญ่หลายๆ ประเทศ -
รวมไปถึงความกังวลที่มีต่
อบทบาทของธนาคารกลางที่ถูกกดดั นให้ปรับนโยบายการเงินให้เป็ นไปในทิศทางที่ช่วยพยุ งนโยบายการคลังที่ขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามต่ อระดับความเป็นอิ สระของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเฉพาะในบริบทที่ประธานาธิบดี สหรัฐฯ แสดงท่าทีในการกดดันให้ Fed ปรั บลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดมูลค่าที่แท้จริงของหนี้สิ นผ่านการกดอัตราดอกเบี้ยที่แท้ จริง (Real interest rates) ให้อยู่ในระดับต่ำ -
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เกิ
ดกระแสการลงทุนแบบ “Debasement Trade” ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่ าแรงกดดันในการปรับลดอั ตราดอกเบี้ยในระยะต่ อไปอาจนำไปสู่การลดค่าของสินทรั พย์ที่อ้างอิงกับเงินดอลลาร์ สหรัฐ สร้างแรงหนุนให้ ราคาของโลหะมีค่าปรับตัวขึ้ นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ -
ขณะเดียวกัน อุปสงค์เชิงโครงสร้
างจากภาคธนาคารกลางทั่วโลกก็ยั งคงเป็นแรงหนุนที่แข็งแกร่ง จากแนวโน้มในการเข้ าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องเพื่ อกระจายความเสี่ยงของทุ นสำรองของแต่ละประเทศ แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้ นมามากแล้วก็ตาม โดยเฉพาะในกรณีของจีน และกลุ่ มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ซึ่งมีแรงจูงใจเชิงยุ ทธศาสตร์ในการลดการพึ่งพาสินทรั พย์ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรั ฐฯ ทำให้ทองคำเป็นอีกหนึ่งทางเลื อกเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ท่ ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรั ฐศาสตร์ที่ยังคงทวีความตึงเครี ยด จากความขัดแย้งระหว่ างประเทศในหลายพื้นที่ อาทิ เหตุการณ์ในเวเนซุเอลา และกรณี Greenland ยังคงเป็นปั จจัยสำคัญที่เร่งกระแสความต้ องการถือครองสินทรัพย์ที่มี ความมั่นคงสูงในหมู่นักลงทุน -
นอกจากนี้ สัดส่วนการถือครองทองคำของนั
กลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่ อเทียบกับอดีต แม้ ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นมามากแล้ วก็ตาม สะท้อนว่าราคาทองคำยังมีพื้นที่ ให้ปรับขึ้นได้ หาก Sentiment ในตลาดยังคงร้ อนแรงต่อเนื่อง -
โดยสรุป เราจึงประเมินว่าโครงสร้างพื้
นฐานของราคาทองคำยังคงมีความแข็ งแกร่ง จากปัญหาเชิงโครงสร้างด้านวินั ยการคลังที่ลากยาวมาตั้งแต่ช่วง COVID ประกอบกับภาวะแวดล้อมเชิงภูมิรั ฐศาสตร์ที่กำลังเกิดการเปลี่ ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี หนุนให้นักลงทุนทั่วโลกเล็ งยกระดับ (Revaluate) บทบาทของทองคำจากเดิมในฐานะสิ นทรัพย์ทางเลือก ขึ้นเป็นสินทรั พย์เชิงยุทธศาสตร์ของพอร์ ตการลงทุน เป็นแรงส่งสำคัญที่ อาจทำให้ราคาทองคำสามารถปรับตั วขึ้นสู่ระดับฐานราคาใหม่ที่สู งขึ้นในปี 2026
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















