
มิติหุ้น – Pi Daily ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนไปตามผลประกอบการ / ความคาดหวังของนักลงทุน MSFT -10% สวนทาง META +10% ส่วนหลังปิดทำการพบว่า Apple ดีกว่าคาดการณ์ (apple) เช่นเดียวกับ VISA สำหรับหุ้นไทยมองกลุ่มน้ำมันน่าสนใจ (PTTEP) หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเนื่องกังวล Supply disrupt ในอิหร่าน อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นในภาพรวมเริ่มหมดปัจจัย จึงเน้นเป็นรายตัวที่มีปัจจัยหนุน
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 55 จุด (+0.1%) ขณะที่ S&P500 ปิดแดนลบรับแรงกดดันจากหุ้น msft ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.4% แรงหนุนจากคาดการณ์ว่าอุปทานอาจประสบปัญหาจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯในกรณีที่เกิดขึ้น
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.09 แสนรายใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนักแต่ไปให้น้ำหนักกับเรื่องของผลประกอบการที่ทยอยรายงานออกมาอย่างเมื่อคืนพบว่า META +10% หลังจากรายงานผลประกอบการดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้พร้อมกับความคาดหวังของนักลงทุนว่าเม็ดเงินที่เคยลงทุนไปเริ่มสร้างผลงานให้กับ META ผ่านรายได้ที่เติบโต รายได้จากโฆษณาที่ขยายตัวพร้อมกับการเข้าถึงโฆษณาที่เติบโตขึ้น สวนทางกับหุ้นอย่าง Microsoft ที่ปรับลงถึง 10% สวนทางกับผลประกอบการที่ดีกว่านักวิเคราะห์ประเมินไว้สาเหตุที่เป็นไปได้มาจาก Capex ที่เร่งตัวขึ้น 66%YoY ซึ่งคำถามจากนักลงทุนคือการลงทุนมากขนาดนี้ในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นรายได้ได้ขนาดไหนและสวนทางกับ Growth ของ Azure ที่ขยายตัว 39%YoY ซึ่งแท้จริงเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทแต่อาจจะไม่ทันใจนักลงทุนบางกลุ่ม ดังนั้นช่วงนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะเริ่มมีความผันผวนจากการทยอยรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
โดยคืนนี้จะมีการประกาศของ Exxon Mobil และอื่นๆทำให้ตลาดยังมีความผันผวนทั้งจากสมหวังและผิดหวังกับผลประกอบการ ด้านตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้ประกอบไปด้วยเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) Bloomberg ประเมินไว้ที่ 0.2%MoM เมื่อกลับมาที่ปัจจัยในประเทศไม่มีข่าวใดๆที่มีนัยยะในเชิงพื้นฐานนักลงทุนรอติดตามโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งและจะเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. แต่กับตลาดหุ้นไทยพบว่าเริ่มปรับลง (-0.58%) และนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ 2.5 พันล้านบาท เริ่มหมดปัจจัยหนุนสำหรับตลาดหุ้นไทยแต่ก็เชื่อว่าหลังเลือกตั้งมีโอกาสปรับขึ้นจากสถิติในอดีตที่บ่งชี้เช่นนั้น อาจเป็นเพราะความคาดหวังนโยบายกระตุ้นต่างๆช่วงบ่ายวันนี้รอติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยและดุลบัญชีเดินสะพัด Bloomberg คาดว่าจะเกินดุล 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1320 – 1340 ตลาดเริ่มขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆผสานกับนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิเป็นปัจจัยกดดันในขณะที่ SET ระดับปัจจุบันซื้อขายที่ 14.1x Forward PE เริ่มไม่ถูกเท่าใดนัก ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเลือกเพิ่มการถือครองเงินสดมากขึ้นจากการที่ตลาด Price In ปัจจัยเลือกตั้งและกระแสเงินทุนต่างชาติไปบ้างแล้ว หุ้นแนะนำเน้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ อาทิ ค้าปลีก (CPALL HMPRO) กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT ERW) การเงิน (MTC SAWAD)
HMPRO (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท)
มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 2,959 ล้านบาท จำนวนหุ้นไม่เกิน 394.50 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวนไม่เกิน 3% เทียบรอบก่อนที่ซื้อไป 180.19 ล้านหุ้น หรือ 1.37% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ราคาเฉลี่ย 7.52 บาท/หุ้น
CPN (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)
4Q25 ในส่วนของค่าเช่าคาดยังเห็นการเติบโตได้จากการเปิดศูนย์ใหม่ที่กระบี่ช่วงต้นเดือน ต.ค. และการรับรู้ศูนย์เซ้นทรัลพาร์ค เต็มไตรมาส ขณะที่ธุรกิจโรงแรมเริ่มเข้าสู่ช่วง High Seasons แล้ว เช่นเดียวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะเริ่มโอนคอนโดได้ 2 แห่ง ทำให้มีมูลค่ารอโอนกว่า 2,000 ล้านบาท
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















