วันอังคาร 3 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

CGSI : เศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.68 ยังแข็งแกร่ง คาด GDP ไตรมาส 4/68 ขยายตัว 1.4% ขณะที่มีมุมมองระมัดระวังต่อการเติบโตเของศรษฐกิจไทยปี 69 จึงคาด GDP น่าจะขยายตัว 1.9%

8

มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.68 พบว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เห็นได้จากตัวเลขการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัว 5.2% เทียบกับที่ขยายตัว 3.4% ในไตรมาส 4/68 และขยายตัว 2.2% ในปี 68 , การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 8.6% เทียบจาก 3% ในไตรมาส 4/68 และ 2.5% ในปี 68

ดุลการค้าเกินดุล 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 200 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 4/68 และ 2.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 68 , ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบจาก 900 ล้านเหรียญสหรัฐใน ไตรมาส 4/68 และ 1.77 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 68 , สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 3.4 ล้านคน เทียบกับ 8.9 ล้านคนในไตรมาส 4/68 และ 33 ล้านคนในปี 68

ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ฯจึงคาดการณ์ว่า GDP ในไตรมาส 4/68 จะขยายตัว 1.4% yoy และ 0.2% qoq ส่วน GDP ในปี 68 จะขยายตัว 2%

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า จากโพลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพลล่าสุด ชี้ว่าพรรคประชาชน (ปชน.) ยังคงเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.69 ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) จะตามมาเป็นอันดับสองและสาม ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม พรรคประชนอาจมีคะแนนเสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว  ขณะที่ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองหลายท่านมองว่า พรรคการเมืองสามอันดับแรกนั้น พรรคเพื่อไทย (พท.) ดูจะมีแนวทางสอดคล้องกับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคประชาชน โดยเฉพาะการเน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

ขณะที่นโยบายของปชน.ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างและเศรษฐกิจในระยะยาว มุ่งเน้นเรื่องพัฒนาประเทศให้ทันสมัย, เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการปฏิรูปองค์กรเพื่อเป็นรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ในทางกลับกันภท.เน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น, เร่งการลงทุน และขยายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนกำรเติบโตและส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น จึงเชื่อว่า ภท.และพท.น่าจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP ปี 69 อยู่ที่ 1.9% yoy โดยมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อีกทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนภาครัฐส่วนใหญ่น่าจะต้องรอผลการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งอาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/69 ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการบริโภคน่าจะออกมาหลังจากนั้น ขณะที่ด้านต่างประเทศ มองว่าแม้มูลค่าการส่งออกและนำเข้าสินค้าจะยังแข็งแกร่งในปีนี้ แต่ผลกระทบสุทธิ (net contribution) ต่อ GDP อาจอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ยังมีประเด็น เรื่องการสวมสิทธิสินค้า (transshipment) อีกด้วย

ทั้งนี้ การที่ GDP น่าจะขยายตัวไม่ถึง 2% และอัตราเงินเฟ้อที่เกือบ 0% ในปีนี้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สนับสนุนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดังนั้น จึงคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธปท. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.75% โดยน่าจะปรับลด 25bp สองครั้งในปี 69 นี้

สำหรับสมมุติฐานอัตราแลกเปลี่ยน ฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยน THB /US$ จะอยู่ที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐในสิ้นปี 69 โดยมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ในกรอบประมาณ 30.00-32.00 บาท แม้ว่า GDP จะขยายตัวต่ำกว่ำ 2% ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทน่าจะมีสาเหตุมากจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นและการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งธปท. มีพื้นที่ให้เข้ามาแทรกแซงน้อยลง

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon