วันเสาร์ 7 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก ปักหมุด

SET ผสานกำลัง ดึงเสน่ห์หุ้นไทย

33

ต้องยอมรับว่า SET Index  ตั้งแต่ต้นปี 69 ที่ผ่านมาถูกปลุกกระแสการลงทุน รับฟันด์โฟลว์ที่เข้ามา แต่เซนติเมนท์นี้จะยังอยู่กับตลาดหุ้นไทยได้นานแค่ไหน เพราะแนวโน้มปริมาณการซื้อขายยังเป็นไปในทิศทางลดลง หุ้นบลูชิฟวนเวียนหน้าเดิมไม่กี่ตัว และยังต้องแข่งขันกับสินทรัพย์น้องใหม่อย่างคริปโตเคอร์เรนซี  หรือแม้แต่สินทรัพย์ที่ถูกยกให้เป็นSave Haven อย่าง “ทองคำ” ที่ราคาพุ่งแรง จนคนแห่เข้าลงทุนล้นหลาม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเอง ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ดี จนทางด้าน “อัสสเดช คงสิริ” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  กล่าวยอมรับว่า ดัชนีหุ้นไทยจากที่เคยเทรดP/E ระดับ 15-16 เท่า ขณะนี้กลับหล่นมาอยู่ที่ 14 เท่า

หุ้นที่ติด SET 50 ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมายังคงกระจุกตัวในหุ้นตัวเดิมๆ มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ต่างจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ พบว่าเปลี่ยนแปลงไปเกือบ 90% ขณะเดียวกันอาจเกิดภาวะที่บริษัทไทยถูกดึงไปจดทะเบียนในต่างประเทศ

ทำให้ตลท.ต้องเร่งกลับมาพิจารณาตัวเอง พบว่า Valuation ของตลาดหุ้นได้เปลี่ยนแปลงไป ระดับดัชนีก่อนหน้านี้เคยอยู่ที่ระดับ 1,500-1,600 จุด มูลค่าซื้อขายเคยสูงถึงระดับ 5-6 หมื่นลบ.  ขณะเดียวกันพบว่าเกณฑ์การรับหลักทรัพย์มีความเข้มข้นเกินไป ภายใต้การแข่งขันรุนแรงของตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้

นำทัพลุยโรดโชว์ดึงฟันด์โฟลว์ 

“ตลท.เชื่อว่าสิ่งที่จะดึงให้ตลาดหุ้นไทยกลับมา คือฟันด์โฟลว์ หลังจากการเลือกตั้งแล้วเสร็จ เกิดการจัดตั้งรัฐบาล ตลท.จะนำทีมบจ.ไปโรดโชว์ต่างประเทศ สิงคโปร์ ฮ่องกง ลอนดอนเพื่อดึงLong Term Fund กลับมา ” อัสสเดช กล่าว

นอกจากนี้ การจะดึงมูลค่าการซื้อขายให้กลับมาได้  มองว่า TISA บัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนในหุ้น จะมีส่วนช่วยผลักดัน รวมถึงการเพิ่มสินค้าใหม่ที่มีศักยภาพผ่าน บีโอไอ to  IPO  ส่วนเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ที่มีความเข้นข้นเกินไปนั้น จะเร่งหารือกับก.ล.ต. เพื่อหาแนวทางร่วมกัน รวมถึงการผลักดันโครงการJump+

 

อ้อน “ธปท.” เพิ่ม Foreign limit หุ้นแบงก์

“อัสสเดช” กล่าวว่า ประเด็นไหนที่จะสร้างความน่าสนใจให้ตลาดหุ้นไทยกลับคืนมา ทางตลท.เร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งยังรวมไปถึง Foreign limit หรือสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างประเทศ ในหุ้นบางกลุ่มที่ถูกจำกัดไว้ และเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เช่น หุ้นในกลุ่มแบงก์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่นักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจลงทุน ทางตลท.อาจเข้าขอหารือกับธปท. เพื่อขอให้ขยายเพดานการลงทุนเพิ่มขึ้น

แม้แต่การเพิ่มระยะเวลาซื้อขายในช่วงบ่ายนั้น มีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะไม่ต้องการสร้างภาระให้อุตสาหกรรม  เท่าที่รับฟังความคิดเห็นของหลายฝ่าย มีความเป็นไปได้ว่าอาจปรับเวลากลับไปให้ซื้อขายในช่วงเวลาเดิม

 

“สร้างEcosystem งานกำกับ”

ทางด้าน “ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง”รองผู้จัดการ ในฐานะหัวหน้าสายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า 3 ปีที่ผ่านมา หรือ นับตั้งแต่เกิดกรณีของ “MORE” เกิดหลายเคสหลายกรณี ทำให้ฝ่ายกำกับตลท. กลับมาทบทวนและพยายามยกระดับการกำกับดูแล

ในแง่ของบจ. ทางตลท.จะใช้แนวทาง การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) ให้มากที่สุดเพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลมากเพียงพอประกอบการตัดสินใจ และมองว่าการจะลดทอนการทุจริตในองค์กรได้ บจ.จะต้องมี Gatekeeper ที่เข้มแข็ง ผ่านการทำหน้าที่เข้มแข็งของ Internal Control การควบคุมภายใน  และเลขานุการบริษัท

การพัฒนาเครื่องหมาย “C” ไม่ได้ใช้เกณฑ์ดุลพินิจ แต่กำหนดกติกาชัดเจนตามประเภทของการเตือน เพื่อให้นักลงทุนได้ทราบว่า บจ.นั้นๆ สะดุดปัญหาในส่วนไหน

รวมไปถึง การพัฒนา Auto Pause (P) มาใช้  คือมาตรการหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราวโดยอัตโนมัติ 60 นาที โดยเครื่องหมายนี้จะเป็นการเตือนผู้ลงทุน และเป็นเครื่องหมายที่เข้ามาช่วยลดทอนความเข้มข้นการดูแลซื้อขาย ก่อนที่จะไปถึงขั้นขึ้นเครื่องหมาย “SP”

สิ่งที่ฝ่ายกำกับพยายามทำเพื่อสร้าง  Ecosystem ที่ดีต่อการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน และการซื้อขายในตลาดหุ้น

 

 

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon