วันจันทร์ 9 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

SCB FM มองเงินบาทในมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ จากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง และพัฒนาการในตลาดการเงินโลก

21

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชนเปิดเผยว่า เงินบาทปรับแข็งค่าแรงถึง 50 สตางค์หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนสูงกว่าที่ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาด อีกทั้ง ยังพบว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (THOR) ปรับสูงขึ้นราว 2 bps และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับสูงขึ้นแรง ซึ่งสถานการณ์ในตลาดการเงินสะท้อนได้ว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดปรับดีขึ้น โดยมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลในรอบนี้น่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้น การดำเนินนโยบายภาครัฐมีแนวโน้มเป็นไปได้ต่อเนื่อง เพราะพรรคภูมิใจไทยจะได้บริหารประเทศต่อจากก่อนเลือกตั้ง ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้ร่วมตลาด นอกจากนี้ คาดว่านโยบายภาครัฐน่าจะเป็นแบบ Expansionary โดยน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ เช่น คนละครึ่ง Phase2

เงินบาทในระยะต่อไปมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ โดยมองกรอบที่ราว 30.85-31.35 เนื่องจาก

  1. ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง เพราะคาดว่าพรรคภูมิใจไทยน่าจะเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว และความเสี่ยงที่งบประมาณปี 2570 จะถูกประกาศล่าช้ามีน้อยลง เพราะคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลอาจเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยในกรณีฐานคาดว่าอาจล่าช้าเพียงราว 1-2 เดือน ซึ่งน้อยกว่างบฯ ปี 2566 ที่ล่าช้าถึง 7 เดือน
  2. Development จากตลาดโลกน่าจะช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าต่อ โดยหลังจากที่เกิด Sell-off ในหลายสินทรัพย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด Sentiment ตลาดดีขึ้น นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อสินทรัพย์ รวมถึงการเข้าซื้อทองคำ ทำให้ราคาทองคำกลับมาสูงขึ้น หนุนบาทแข็ง
  3. ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลงอีกได้ โดยมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนแอลง สะท้อนจากเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแออีกครั้ง ทั้งนี้ ต้องจับตาเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศกลางสัปดาห์นี้ โดยตลาดมองว่าอาจปรับดีขึ้น แต่หากเลขจริงออกมาแย่กว่าคาดตามเลขการจ้างงานตัวอื่น ก็อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าแรง กดดันบาทแข็งค่าต่อ
  4. เงินเยนมีความเสี่ยงด้านอ่อนค่าลดลง แม้พรรค LDP ของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะเลือกตั้งแบบ Super majority โดยเงินเยนไม่อ่อนค่ามาก เพราะทาคาอิจิมีท่าทีดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวน้อยลง โดยนโยบายการลดภาษีอาหาร (Sales tax) อาจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และอาจไม่ออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นมาเพื่อใช้ทำ funding จึงทำให้ตลาดคลายความกังวลลง นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังสามารถแทรกแซงเงินเยนได้หากอ่อนค่าเร็ว ดังนั้น จะช่วยลดแรงกดดันด้านอ่อนค่าของเงินบาทตามไปด้วย
  5. เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้ามาสู่ตลาดการเงินไทย และหากมองไปข้างหน้า คาดว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังไหลเข้าตลาด EM-Asia ซึ่งไทยยังอยู่ในกลุ่มที่อาจได้รับอานิสงส์จากเทรนด์นี้

สำหรับผู้นำเข้า หาก USDTHB ลงมาที่ระดับราว 30.75-31.25 เป็นระดับที่น่าเข้าซื้อ โดยมองว่า ธปท. น่าจะเข้าไปประคองให้เงินบาทไม่แข็งค่าลงไปมาก เพราะยังมีความสามารถ (Room) ในการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทได้ หลังไทยรอดพ้นจากการถูกจัดเป็น FX manipulator ของกระทรวงคลังสหรัฐฯ

สำหรับผู้ส่งออก มองว่าหาก USDTHB สูงขึ้นมาที่ระดับราว 31.50-32.00 เป็นระดับที่ขายได้ โดยหากมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เช่น เลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาดีตามที่ตลาดคาด อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น หรือหากราคาทองคำลดลงอีก อาจกดดันบาทอ่อนค่าได้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon