วันอังคาร 10 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

Pi Daily ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวตามคาดหมายจากปัจจัยหนุนเรื่องรัฐบาล + เชื่อว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของหุ้นไทยวานนี้ก็คือการ Price In ไปแล้วและหลังจากนี้จะเผชิญกับผลประกอบการ 4Q25

13

มิติหุ้น – Pi Daily ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวตามคาดหมายจากปัจจัยหนุนเรื่องรัฐบาล + เชื่อว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของหุ้นไทยวานนี้ก็คือการ Price In ไปแล้วและหลังจากนี้จะเผชิญกับผลประกอบการ 4Q25 ที่อาจไม่ได้โดดเด่น จังหวะข่าวดีท่วมตลาดควรมองเป็นโอกาสขายทำกำไร วานนี้มูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยที่ 1.02 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี เกิดขึ้นครั้งล่าสุดในช่วงที่นายกแพทองธารขึ้นดำรงค์ตำแหน่งและหลังจากนั้นไม่นาน SET INDEX ก็ถึงจุดสูงสุด !!

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 20 จุด (+0.04%) ส่วนดัชนี S&P500 , Nasdaq ปิดบวกอย่างต่อเนื่องได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Technology ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.5% ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านกับสหรัฐฯ

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจแต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนไปให้น้ำหนักกับกลุ่ม Technology ที่เริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากก่อนหน้าปรับฐานมาแรง (META +2.4% MSFT +3.1% NVIDIA +2.5%) ประเมินว่านักลงทุนได้ Price In ปัจจัยกดดันเกี่ยวกับงบลงทุนที่มากไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามพบว่า Dollar Index ปรับลงอ่อนค่าอย่างมีนัยยะหนุนเงินบาทแข็งค่ากลับมาทดสอบ 31.17 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังมีรายงานว่าจีนส่งสัญญาณให้สถาบันการเงินในประเทศจำกัดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อลดความเสี่ยงการกระจุกตัวของสินทรัพย์ดอลลาร์พร้อมกับเกิดการ Partial Government shutdown ที่เกิดการเลื่อนรายงานการจ้างงานในสัปดาห์ก่อน โดยคืนนี้จะมีการประกาศยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ (Retail Sales) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.4%MoM หากแย่กว่าคาดการณ์ตลาดอาจตอบรับเชิงบวกพร้อมกับดัชนีราคานำเข้าของสหรัฐฯที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.1%MoM แต่ทั้งนี้ Focus ของนักลงทุนไทยอาจมาอยู่ที่ตลาดหุ้นไทยที่ SET INDEX แกว่งบวกวานนี้ (+3.46%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.02 แสนล้านบาท (สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี)

ซึ่งเกิดในช่วงสมัยนายกแพทองธารขึ้นดำรงค์ตำแหน่งผสานกับคาดหวังกองทุนวายุภักษ์ ภายหลังจากนั้นพบว่า SET INDEX ปรับขึ้นได้อีก 3-4% และเผชิญกับจุดสูงสุดกับครั้งนี้ก็ประเมินเช่นกันว่าตลาดหุ้นไทยอาจจะเริ่มมี Upside ที่จำกัดเพราะหลังจากนี้จะเผชิญกับผลประกอบการ 4Q25 ที่ยังไม่ค่อยดีเท่าใดนัก (คาดการณ์กำไรกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL CPAXT CRC ลดลงเทียบกับปีก่อน) ประกอบกับ Forward PE ที่ซื้อขายราว 14.9-15x (เริ่มสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาคที่ซื้อขายเพียง 11-12x) แม้จะมีความคาดหวังรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพแต่การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเชื่อว่าใช้ระยะเวลาและตลาดหุ้นก็ Price In ปัจจัยการเมืองไปแล้ว วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1380 – 1410 อาจโดนแรงทำกำไรจากการปรับขึ้นมาแข็งแกร่งวานนี้ประกอบกับเริ่มไร้ปัจจัยใหม่ๆวันนี้รอติดตามตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่น่าจะมีการรายงาน ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนไม่ประมาทกับการลงทุนท่ามกลางข่าวดีที่เต็มตลาดแต่ช่วงถัดไปจะเผชิญกับความจริงเกี่ยวกับผลประกอบการ 4Q25 จึงแนะแบ่งทำกำไร ส่วน Trading ระยะสั้นเน้นที่หุ้นยังปรับขึ้นน้อย อาทิ ค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) สายการบิน (THAI) นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA)

AMATA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท)

คาดว่าผลประกอบการปี 26 ยังอยู่ในระดับสูงได้จากฐาน Backlog ที่มีกว่า 21,000 ล้านบาท แม้ยอดขายในปี 25 จะทำได้เพียง 1,234 ไร่ ต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2,000 ไร่ โดยผู้บริหารให้ข้อมูลว่ามีลูกค้ากว่า 400 ไร่ที่พร้อมจะเซ็นสัญญาในช่วงต้นปี 26 หลังจากเลื่อนมาจากปลายปี 25 ทำให้มีการปรับเป้ายอดขายปี 26 ขึ้นเป็น 2,800 ไร่

CRC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท)

คาดกำไรสุทธิจะกลับมาโต YoY ช่วง 2Q26 เป็นต้นไป ตามแนวโน้ม SSSG ที่มีทิศทางดีขึ้น และเราคาดจ่ายปันผลรอบถัดไปช่วงเดือนพ.ค. 2026 ราว 5%-6% ซึ่งจะช่วยจำกัด downside risk

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon