มิติหุ้น – ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อทิศทางสงครามการค้าโลก ระบุว่า แม้หลายประเทศจะคาดหวังว่าสถานการณ์จะผ่อนคลายลงหลังศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัยว่าประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขตตามกฎหมาย IEEPA แต่ข้อเท็จจริงกลับตรงกันข้าม
ดร.กอบศักดิ์ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเดินหน้ากระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างภาษีนำเข้าใหม่ โดยอาศัยกฎหมายการค้าหลายฉบับที่ยังเปิดช่องให้ประธานาธิบดีมีอำนาจดำเนินการ ส่งผลให้ภาษีที่สหรัฐจัดเก็บในอนาคตมีแนวโน้มสูงกว่าระดับปัจจุบัน แม้ภาระจะกระจายไปยังประเทศหรือภาคธุรกิจที่แตกต่างกันก็ตาม
ล่าสุด สหรัฐได้ยกระดับการเก็บภาษีนำเข้าแบบ Global Tariff จาก 10% เป็น 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่กฎหมาย Trade Act 1974 มาตรา 122 อนุญาต และสามารถใช้ได้นาน 150 วัน หรือราว 5 เดือน ระหว่างเตรียมมาตรการภาษีอื่นเพิ่มเติมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ดร.กอบศักดิ์ชี้ว่า การขยับครั้งนี้ทำให้หลายประเทศเผชิญภาระเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่เคยได้อัตราต่ำสุด 10% อย่างสิงคโปร์และสหราชอาณาจักร ขณะที่ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ต้องจ่ายที่ระดับ 15% ส่วนไทยและประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่อยู่ในช่วง 19–20% แม้ดูเหมือนใกล้เคียงเดิม แต่ต้องแลกกับความไม่แน่นอนทางนโยบายที่กลับมาอีกครั้ง
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมาตรการ “หมัดสาม สี่ ห้า” ที่จะตามมา หลังหนึ่งในผู้พิพากษาศาลสูงสหรัฐระบุชัดว่า ยังมีกฎหมายของรัฐบาลกลางอีกหลายฉบับที่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีนำเข้าได้เพิ่มเติม
ดร.กอบศักดิ์สรุปว่า สงครามการค้าโลก “ยกที่สอง” มีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ทุกประเทศอาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม และปีนี้จะเป็นปีที่ไม่ธรรมดาสำหรับเศรษฐกิจโลก พร้อมส่งกำลังใจให้ทุกภาคส่วนเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

























