
มิติหุ้น – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE : National Board of Digital Economy and Society) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวและพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการพัฒนาทักษะดิจิทัล เรียนรู้ มีรายได้ เรียนรู้ง่ายตลอดชีวิต หรือ BDE Learn to Earn” ณ ห้องประชุม Asawin Ballroom A โรงแรม Asawin Grand Convention กรุงเทพฯ โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนางสาวพลอยรวี เกริกพันธ์กุล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และแนวทางดำเนินโครงการ โดยผู้เข้าร่วมงานมาจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ “BDE Learn to Earn” คือการพัฒนา แพลตฟอร์มกลางของรัฐ มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลการเรียนรู้ การรับรองสมรรถนะ และการจ้างงานไว้ในระบบเดียว แก้ปัญหา pain point เรื่องข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูล ด้านการศึกษา การฝึกอบรม การรับรองสมรรถนะ และตลาดแรงงาน ที่ปัจจุบันยังขาดการเชื่อมโยง ข้อมูลกระจัดกระจาย ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ หรือข้อมูลขาดความถูกต้อง เป็นต้น ส่งผลให้การกำหนดนโยบาย การพัฒนาหลักสูตร และการจัดสรรทรัพยากรไม่สอดคล้องกับความต้องการอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
นายเวทางค์ฯ กล่าวเพิ่มว่า “แพลตฟอร์มนี้ ถูกออกแบบในลักษณะ Single Platform ที่บูรณาการข้อมูลจากหลายภาคส่วนเข้าสู่ระบบเดียว เพื่อสร้าง “Digital Workforce Ecosystem” ของประเทศ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ เรียนจบได้ Certificate และระบบจะนำข้อมูลไปร่วมกับ Resume ของผู้เรียนที่ใส่ไว้สร้างเป็น Portfolio ให้อัตโนมัติ จากนั้น AI จะวิเคราะห์ทักษะที่มีจับคู่งานที่เหมาะสมในแพลตฟอร์มให้อีกด้วย”
BDE Learn to Earn ทำงานไม่ซ้ำซ้อนกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ และทุกแพลตฟอร์มสามารถเข้ามาร่วมกับทาง BDE Learn to Earn ได้ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูล สร้างให้เกิดฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงทักษะการอบรมของผู้เรียน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สำหรับแพลตฟอร์ม BDE Learn to Earn เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้ในโครงสร้าง ได้แก่ 1) Blockchain สำหรับจัดเก็บใบรับรอง สมรรถนะ และข้อมูลการเรียนรู้แบบตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดความเสี่ยงการปลอมแปลง 2) Artificial Intelligence (AI Job Matching) วิเคราะห์ทักษะที่ได้รับจากการเรียนในโครงการและ Resume สร้างเป็น e-Portfolio และนำไปเทียบกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อเสนอโอกาสงานอย่างเป็นระบบ 3) Data Exchange Gateway เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา และ 4) Cloud Service มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัย ครอบคลุมทั้ง Infrastructure, Software และ Platform as a Service
โดยโครงการมีเป้าหมายเชิงรูปธรรมที่ชัดเจนและวัดผลได้ ได้แก่ 1) จัดทำระบบ Credit Bank เรียนรู้สะสมได้ตลอดชีวิต เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้และสมรรถนะ หนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการ คือ ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสะสมหน่วยการเรียนรู้และสมรรถนะจากหลากหลายแหล่ง ทั้งจากสถาบันอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย และสถาบันเอกชน โดยระบบนี้ จะช่วยให้การเรียนรู้ไม่สะดุด สามารถเทียบโอนและต่อยอดได้ตลอดช่วงชีวิตการทำงาน สอดคล้องกับแนวคิด Lifelong Learning และการพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill/Reskill) ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาและอาชีวศึกษาอย่างน้อย 7 แห่ง ครอบคลุมกว่า 1,000 หลักสูตร 2) จัดอบรมประชาชนอย่างน้อย 50,000 คน ผ่าน 200 หลักสูตรทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์รับประกาศนียบัตรไม่น้อยกว่า 2,500 คน 3) จับคู่ตำแหน่งงานด้านดิจิทัลไม่น้อยกว่า 1,000 ตำแหน่ง เพื่อเชื่อมโยงแรงงานเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และ4) ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้และเนื้อหาเชิงอัตลักษณ์ชุมชน ผ่านเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชนกว่า 2,222 แห่ง เพื่อสร้างคุณค่าเชิงวัฒนธรรมควบคู่กับการพัฒนาทักษะดิจิทัล
นอกจากนั้น ความร่วมมือ 3 ภาคส่วนจากพิธีลงนาม MOU ในครั้งนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อบูรณาการข้อมูล หลักสูตร และความต้องการแรงงานเข้าสู่ระบบเดียว ลดความซ้ำซ้อน และสร้างระบบนิเวศแรงงานดิจิทัลที่เข้มแข็ง โดยแพลตฟอร์มนี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเริ่มใช้งานได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


























