วันพฤหัสบดี 26 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก มิติร้อน

WHAUP ฟอร์มแกร่ง ปี 68 กำไรปกติแตะ 1,173 ลบ. อานิสงส์ดีมานด์ Data Center ดันรายได้-รับแรงหนุนพอร์ตโซลาร์โตเด่น พร้อมปันผลรวมทั้งปี 0.2525 บ./หุ้น

7

มิติหุ้น – บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) โชว์ผลงานงวดปี 2568 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติจำนวน 4,153 ล้านบาท และมีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) 1,173 ล้านบาท เติบโต 5% YoY และ 5% YoY ตามลำดับ ตอกย้ำความสำเร็จจากพอร์ตธุรกิจ โดยรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) ของกลุ่มลูกค้า Data Center และจากไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เติบโตอย่างโดดเด่น ล่าสุดบอร์ดประกาศจ่ายปันผลรวมทั้งปี 0.2525 บาท/หุ้น จ่อขึ้น XD วันที่ 28 เมษายน 2569 และกำหนดการจ่าย เงินปันผล 18 พฤษภาคม 2569 ตามลำดับ พร้อมส่งสัญญาณขับเคลื่อนธุรกิจรับปี 69 ด้วยโซลูชันด้านการบริหารจัดการน้ำและพลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม Data Center

บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยถึงผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติจำนวน 4,153 ล้านบาท มีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) 1,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และมีกำไรสุทธิซึ่งรวมผลกระทบ จากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,016 ล้านบาท ลดลง 9% YoY โดยมีปัจจัยหลักของการ เติบโตมาจากการรับรู้ รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) จากกลุ่มลูกค้า Data Center และ รวมถึงรายได้จากธุรกิจ ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างโดดเด่น

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจ สาธารณูปโภค (น้ำ) ในปี 2568 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,647 ล้านบาท เติบโต 9% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการ รู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) จากกลุ่มลูกค้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ที่ได้เซ็นสัญญาไปในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทคาดว่า จะรับรู้ รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำจากลูกค้า Data Center อย่างต่อเนื่องในปี 2569 นี้ ทั้งจากสัญญาเดิม ที่ได้เซ็นไปในปีก่อน และสัญญาใหม่ ที่คาดว่าจะเซ็นเพิ่ม ในปีนี้ พร้อมทั้งจะรับรู้รายได้ จากการจำหน่ายน้ำเพิ่มเติม เมื่อลูกค้ากลุ่ม Data Center เหล่านี้เปิดดำเนินงาน ในอนาคต ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไร จากการลงทุน ของธุรกิจน้ำ ในประเทศเวียดนามยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Duong River ในปี 2568 จำนวน 92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปี 2567

สำหรับแผนธุรกิจด้านสาธารณูปโภค บริษัทยังคงเน้น การขยายฐานการให้บริการน้ำครบวงจร เพื่อรองรับ การขยายตัว ของภาคอุตสาหกรรม และสอดคล้อง กับการเติบโต ของนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อน การเติบโตที่สำคัญในระยะถัดไป ควบคู่กับการพัฒนา Smart Water Platform และโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อม ที่ทันสมัย รวมทั้งยกระดับมาตรฐาน ESG ผ่านแนวคิด Water Positive เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านธุรกิจพลังงาน ในส่วนของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในปี 2568 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากสัญญา Private PPA ทั้งสิ้น 507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY จากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิต ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีการลงนามในสัญญาโครงการ Solar Private PPA สะสมทั้งสิ้น 350 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า รวมตามสัดส่วนการถือหุ้นจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ราว 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้า ที่ดำเนินการแล้วจำนวน 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา จำนวน 311 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อจัดหาพลังงาน ไฟฟ้าสะอาดกับลูกค้ากลุ่ม Data Center หลายรายในปีที่ผ่านมา

ในส่วนของส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติจำนวน 762 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า SPP ที่ลดลงจากการบันทึก ค่าใช้จ่ายพิเศษ จากการชำระเงินส่วนต่างจากการ ตรึงราคาค่าก๊าซธรรมชาติในอดีต ทำให้มีต้นทุนค่าก๊าซ ธรรมชาติ เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 รวมถึงในปี 2568 โรงไฟฟ้า SPP มีค่าใช้จ่ายทางภาษีเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในปี 2567 กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีการรับรู้รายได้ชดเชย จากการประกันภัย

สำหรับแผนธุรกิจด้านพลังงาน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยาย พอร์ตพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง รองรับอานิสงส์ Direct PPA และแนวโน้มเปิดเสรีไฟฟ้า พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาใช้ในการพยากรณ์และ บริหารจัดการระบบไฟฟ้า เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการจ่าย กระแสไฟฟ้าให้แก่ลูกค้า และสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ กับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อหาโอกาสการลงทุนขยาย พอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน

จากผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุด คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 0.2525 บาทต่อหุ้น ซึ่งเมื่อหักการจ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลงวด 9 เดือนแรกปี 2568 ในอัตรา 0.060 บาทต่อหุ้นที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้ว คงเหลือเป็นเงินปันผล ที่จะจ่ายเพิ่มเติมอีกในอัตรา 0.1925 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 28 เมษายน 2569 และกำหนดการจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ตามลำดับ

นายอัครินทร์ กล่าวปิดท้ายว่า จากความมุ่งมั่นในการดำเนิน ธุรกิจอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับรางวัล Highly Commended Sustainability Awards จาก SET Awards 2025 และยังได้รับการประเมิน SET ESG Rating ปี 2568 ระดับ AAA ซึ่งเป็นเรตติ้งระดับสูงสุด สะท้อนถึงบทบาทการเป็นองค์กร ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืนในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนการลงทุน ในธุรกิจน้ำและพลังงานสะอาด เพื่อสร้างการเติบโต ที่ยั่งยืนในระยะยาว สอดรับกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามกรอบของ ESG ภายใต้พันธกิจ “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND”

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon