
มิติหุ้น – กรุงเทพฯ – บลจ.แอสเซท พลัส แถลงทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์การลงทุนปี 2569 ภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ 1) AI & Innovation 2) Live with Uncertainty และ 3) Global Rebalancing เพื่อรองรับการเปลี่ยนทิศของกระแสเงินทุนโลก พร้อมตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เติบโต 20% สู่ระดับ 63,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2569
บลจ.แอสเซท พลัส รายงานว่าผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวม 54,916 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในศักยภาพการบริหารจัดการกองทุนโครงสร้าง AUM แบ่งเป็น กองทุนรวม 58.23% กองทุนส่วนบุคคล 38.66% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3.11% แสดงถึงฐานธุรกิจที่มีความหลากหลายและสมดุลระหว่างลูกค้ารายย่อยและลูกค้าสถาบัน
มุมมองเศรษฐกิจปี 2569
บลจ.แอสเซท พลัส ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 เข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยขาลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงและกระตุ้นการเคลื่อนย้ายเงินทุนสู่เอเชียและตลาดเกิดใหม่มากขึ้น
เศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโต 2.4% ในปี 2569 เพิ่มจาก 2.2% ในปีก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อทยอยลดลงใกล้กรอบเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แม้ตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัวเชิงโครงสร้าง แต่ถือเป็นเงื่อนไขที่เปิดทางให้ Fed มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเติบโต
ด้านญี่ปุ่นยังเป็นดาวเด่นในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว หลังออกจากภาวะเงินฝืด เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.75% ขณะที่ตลาดหุ้นปี 2568 ปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดย TOPIX เพิ่มขึ้น 22.4% และมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าสูงสุดในรอบ 3 ปี
ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ (EM) มีแนวโน้มกำไรเติบโตสูงกว่าตลาดโลกต่อเนื่อง 3 ปี และมักได้อานิสงส์ในช่วงดอลลาร์อ่อนค่า ส่วนเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวชัดเจน GDP ไตรมาส 4/2568 ขยายตัวดีกว่าคาด หนุนจากมาตรการภาครัฐและ การท่องเที่ยวฟื้นตัว พร้อมเห็นเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็น Net Inflow ครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขณะที่ P/E ตลาดไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี สะท้อน Upside ที่ยังเปิดกว้าง หากกระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง
นายกมลยศ สุขุมสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า “ ปี 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวัฏจักรเศรษฐกิจโลก เรากำลังเห็นภาพดอกเบี้ยขาลงในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะเดียวกัน กระแสเงินทุนมีแนวโน้มปรับสมดุลจากตลาดที่ปรับตัวขึ้นมามาก ไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะถัดไป เช่น ญี่ปุ่นและตลาดเอเชีย”
จากบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน บลจ.แอสเซท พลัส จึงได้วางกลยุทธ์การลงทุนปี 2569 ภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ 1) AI & Innovation 2) Live with Uncertainty และ 3) Global Rebalancing เพื่อรับมือการเปลี่ยนทิศของกระแสเงินทุนและสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน
- AI & Innovation บริษัทมองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อวกาศและสินทรัพย์ดิจิทัล
- Live with Uncertainty เน้นการจัดพอร์ตเพื่อรับมือความผันผวนที่ยังคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลก ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง อาทิ Hedge Fund อุตสาหกรรมกลาโหม รวมถึงทองคำและเหมืองแร่ทองคำและเงิน ซึ่งมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้ดีในภาวะตลาดผันผวน
- Global Rebalancing สะท้อนมุมมองต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดที่ปรับขึ้นมามาก ไปสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะญี่ปุ่นและตลาดเอเชีย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างและแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงในประเทศพัฒนาแล้ว
นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า “ในปี 2569 บลจ.แอสเซท พลัส วางแผนธุรกิจบน 2 แกนหลัก ได้แก่ 1. การเสริมความแข็งแกร่งให้กองทุนเดิม (Existing Product Enhancement) และ 2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Innovative Product) เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตของบริษัทในทุกมิติ”
“เราเชื่อว่าการทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนโดดเด่น ควบคู่กับการเปิดตัวกองทุนธีมใหม่อย่างต่อเนื่อง จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน การพัฒนาโซลูชันแบบ Tailor-Made จะช่วยสร้างความแตกต่างและความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยแรงสนับสนุนจากผลงานกองทุนที่โดดเด่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรม และการให้บริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและมั่นคงให้กับนักลงทุนได้” นายคมสัน กล่าวเสริม
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


























