
มิติหุ้น – บมจ.ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย (TATG) ประกาศผลงานปี 2568 แข็งแกร่ง ทำกำไรสุทธิ 76.21 ล้านบาท เติบโต 8.53% ขณะที่ รายได้ทะลุ 2,600 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์ เดินหน้าสร้างความพร้อมรับปี 2569 แม้เป็นปีแห่งความท้าทาย แต่ยังมีแรงหนุนสำคัญจากบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์หลักของอาเซียน และการเร่งขยายกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าตามนโยบาย EV Hub ของภาครัฐ หนุนโอกาสผู้ผลิตชิ้นส่วนและแม่พิมพ์ครบวงจรอย่าง TATG เติบโตต่อเนื่อง รองรับดีมานด์ใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต
ดร.พยุง ศักดาสาวิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย ออโต ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (มหาชน) หรือ TATG ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ (Tooling) ครอบคลุมถึงการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์สำหรับปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Stamping Dies) อุปกรณ์จับยึดเพื่อการตรวจสอบ (Checking Fixtures) อุปกรณ์จับยึดเพื่อการประกอบ (Assembly Jigs) และผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Automotive Press Parts) แบบ One Stop Service เปิดเผยผลการดำเนินงานของ TATG ในงวดปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 76.21 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.53% จากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากความสำเร็จในการบริหารจัดการโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขาย ต้นทุนบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวม 2,610.43 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย
โดยรายได้หลักของบริษัทฯ เป็นรายได้ที่มาจากสัญญาที่ทำกับลูกค้าปรับลดลงร้อยละ 3.37 โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องมือที่ลดลงร้อยละ 8.51 สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อและปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้า
ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการและการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ค่าต้นทุนขายและบริการ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหาร ที่ปรับตัวลดลงสอดรับกับปริมาณงาน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ ของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ดร.พยุง ศักดาสาวิตร กล่าวเสริมว่า ด้วยสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2569 ยังมีทิศทางการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยปัจจัยต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่ยังไม่ได้ฟื้นตัวแบบรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับกลยุทธ์และมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ซึ่ง TATG ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังได้เสริมแกร่งสายงานการผลิตด้วยการศึกษาและพัฒนาในการนำเทคโนโลยี AI Automation เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึงความแม่นยำในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การประกอบชิ้นส่วน การตรวจสอบคุณภาพ และการจัดการคลังสินค้า ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่เสมอ
ขณะเดียวกันในปี 2569 ยังมีปัจจัยสนับสนุนที่มาจากนโยบายภาครัฐ จากที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้คาดการณ์เป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1,500,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2568 อีกทั้งมีการคาดการณ์ปัจจัยหนุน ที่มาจากการผ่อนคลายความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อจากสถาบันการเงิน และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อรถยนต์ภายในประเทศ รวมถึง โอกาสของการเปลี่ยนรุ่นของรถยนต์แบบ Hybrid (HEV) ส่งผลให้มีความต้องการในการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในหลายบริษัทที่ตั้งในประเทศไทยได้มีการเดินสายการผลิตในไทยอย่างเต็มตัว จึงเป็นโอกาสในการทำธุรกิจ และเพิ่มกำลังการผลิตของ TATG อย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 โดย TATG ตั้งเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ควบคู่กับการพัฒนาการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
ด้านที่ประชุมบอร์ดมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด 0.07 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดวันที่จ่ายปันผล ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon