
มิติหุ้น – BEM ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน มูลค่า 8,000 ล้านบาท กระแสตอบรับแรง ยอดจองเกินเป้ากว่า 2.6 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อฐานะการเงินและ การเติบโตระยะยาว เงินที่ได้มุ่งลงทุนโครงการขนส่งพลังงานสะอาด สนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมโชว์ผลงานปี 2568 กำไรสุทธิ 3,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กล่าวถึงความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนว่า BEM ได้ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน มูลค่าเสนอขายรวม 8,000 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ (Institutional Investors and/or High Net Worth Investors) โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำด้วยยอดจองกว่า 2.6 เท่าของมูลค่าเสนอขายเบื้องต้นที่ 5,000 ล้านบาท บริษัทจึงได้ปรับเพิ่มมูลค่าการเสนอขายเป็น 8,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุน โดยประกอบด้วยหุ้นกู้ทั้งหมด 5 ชุด อายุ 3 – 12 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.03% – 3.41% ต่อปี ซึ่งหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ที่ระดับ A(tha) แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และที่ปรึกษาหุ้นกู้ด้านความยั่งยืนแต่เพียงผู้เดียว
“ขอขอบคุณนักลงทุนทุกกลุ่มที่ให้การสนับสนุนการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของบริษัท ทั้งนักลงทุนพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของโครงข่ายทางพิเศษและรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบขนส่งหลักของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ความแข็งแกร่งทางการเงิน และแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ BEM อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง BEM ได้วางเป้าหมายเพื่อพัฒนาความยั่งยืนและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับการออกหุ้นกู้ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ของ BEM ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing Framework) ทั้งนี้ บริษัทได้รับความเห็นจากผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion) จาก DNV (Thailand) Co., Ltd. เพื่อยืนยันความสอดคล้องของกรอบการระดมทุนและการใช้เงิน ตามหลักมาตรฐานสากล เงินที่ได้จะนำไปลงทุน และ/หรือ ทดแทนเงินลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด (Clean Transportation) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนของประชาชน
ขณะเดียวกัน BEM ได้เปิดเผยถึงผลประกอบการในปี 2568 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 3,781 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีรายได้รวมจาก 3 ธุรกิจ 16,916 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จาก ธุรกิจทางพิเศษ 8,833 ล้านบาท โดยมีปริมาณจราจรเฉลี่ย 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน ธุรกิจระบบราง 6,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังคงเป็นโครงการหลักที่สร้างรายได้ จากจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตต่อเนื่อง และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ 1,177 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีการบริหารควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน และบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ข้อมูล ณ สิ้นธันวาคม 2568) ช่วงตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี(สุวินทวงศ์)) มีความคืบหน้างานระบบร้อยละ 36 คาดสามารถเปิดให้บริการต้นปี 2571 ขณะที่ช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) งานโยธาและงานระบบมีความคืบหน้า ร้อยละ 23 นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงินจำนวน 21 ขบวน มูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารในอนาคต
BEM มุ่งมั่นในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงผสานกลยุทธ์ทางธุรกิจเข้ากับการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พัฒนาองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใสอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon



























