
มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เผยแพร่บทวิเคราะห์ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในวันนี้ว่า ตลาดมีแนวโน้มย่อตัวลงจาก 3 ปัจจัยกดดันหลัก ได้แก่ ความผันผวนของตลาดหุ้นโลก การปรับน้ำหนักดัชนี MSCI และการขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้นขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางที่สดใส โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างชัดเจน
3 แรงกดดันทำ SET ย่อตัวระยะสั้น บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้ต้องเผชิญกับแรงกดดันสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
- บรรยากาศการลงทุนโลกเข้าสู่สภาวะความกลัว: ดัชนี Fear & Greed ของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่านักลงทุนมีความกลัว โดยมีการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากความกังวลเรื่อง AI Disruption และงบลงทุน (CAPEX) ของกลุ่ม Hyperscalers ที่อาจเข้าใกล้จุดสูงสุดแล้ว ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงและส่งความผันผวนมากดดันตลาดหุ้นไทย
- ความผันผวนจาก MSCI Rebalance: การปรับสมดุลของดัชนี MSCI จะมีผลบังคับใช้ราคาปิดในวันนี้ (27 ก.พ. 2569) ซึ่งคาดว่าจะทำให้ช่วงท้ายตลาดมีความผันผวนสูง และอาจเห็นมูลค่าการซื้อขายพุ่งสูงกว่า 1 แสนล้านบาท
- หุ้นขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องหมาย XD: ในวันนี้หุ้น ADVANC เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD โดยจ่ายปันผลสูงถึง 27.41 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเม็ดเงินราว 8.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจัยนี้เพียงปัจจัยเดียวจะกดดันดัชนี SET ให้ย่อตัวลงประมาณ 6.44 จุด นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการประกาศจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียน 98 แห่ง จะกดดันดัชนี SET อย่างต่อเนื่องในเดือนมีนาคมอีกราว 10.6 จุด
เศรษฐกิจไทยรับอานิสงส์ส่งออกพุ่ง-รัฐบาลใหม่ตั้งเร็ว สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในประเทศนั้นถือว่ามีสัญญาณที่ดี โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกสินค้าในเดือนมกราคม 2569 ที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 24.4% (YoY) ผสานกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาด ช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ กระตุ้นการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และผลักดันการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) ให้เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการจ้างงานและมีเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ ทางด้าน Bloomberg ได้คาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไตรมาส 1 และ 2 คาดว่าจะเติบโตที่ 1.3% และ 1.4% (YoY) ตามลำดับ แต่จะเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลังเมื่อมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลออกฤทธิ์เต็มที่ โดยคาดว่า GDP ในไตรมาส 3 จะขยายตัว 2.1% (YoY) และขยับขึ้นเป็น 2.2% (YoY) ในไตรมาส 4
จับตาทิศทางพลังงานโลกและข่าวบริษัทชั้นนำระดับโลก ในส่วนของสถานการณ์การลงทุนโลก ธีมพลังงานและทรัพยากรยังคงแข็งแกร่งและบริษัทในห่วงโซ่นี้ยังมีงานในมือ (Backlog) สูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันโลกยังคงผันผวนตามทิศทางการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง ด้านความเคลื่อนไหวของบริษัทชั้นนำระดับโลก ล่าสุด Netflix ได้ปฏิเสธที่จะเพิ่มข้อเสนอเพื่อเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. หลังจากที่ Paramount Skydance ได้ยื่นข้อเสนอใหม่ที่ระดับ 31 เหรียญต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอของ Netflix ที่ 27.75 เหรียญต่อหุ้น ส่วนทางด้าน Baidu รายงานงบไตรมาส 4/2525 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่รายได้และกำไรยังคงหดตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทประกาศเดินหน้าเน้นการเติบโตในธุรกิจ Cloud, Chip และ Robotaxi อย่างเต็มที่ในปี 2569 ท่ามกลางธุรกิจโฆษณาที่ซบเซา
กลยุทธ์การลงทุน จากปัจจัยทั้งหมดที่อาจกดดันให้ดัชนี SET ย่อตัวในระยะสั้น บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนปรับกลยุทธ์โดยเน้น “ทยอยสะสมหุ้นแถว 2 ที่ราคายังปรับตัวขึ้นน้อย” โดยให้ความสนใจในหุ้นเด่น ได้แก่ AOT, BEM, AMATA, ITC และ TU
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




























