
มิติหุ้น – “บมจ.ไพลอน หรือ PYLON” ชี้ภาพรวมอุตสาหกรรมฐานรากเติบโตต่อเนื่อง และถือว่าเป็นปีทองของ PYLON ที่ปัจจุบันรับงานจนเต็มไปจนถึงช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้แล้ว หนุนรายได้ปีนี้โตต่อเนื่อง ล่าสุดโชว์ฟอร์มแกร่ง ผลงานไตรมาส 4/68 ทำกำไร 71.67 ลบ. YoY พุ่ง 1,059% ทำนิวไฮในรอบ 23 ไตรมาส กวาดรายได้ 428.78 ลบ. โต 169% จากการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ทั้งโครงการภาคเอกชน-ภาครัฐ รับดีมานด์งานฐานรากฟื้นตัว หนุนผลงานปี 2568 กำไรเติบโตแตะ 210.8 ลบ. YoY โตอลังการกว่า 41,954.8% ขณะที่แบ็กล็อกทุบสถิติใหม่ All-Time High นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทปี 2545 อยู่ที่ 2,207.7 ลบ. ทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำจังหวะธุรกิจช่วงขาขึ้น ด้านบอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.24 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 17 มี.ค. 69 กำหนดจ่ายเงินปันผล 22 พ.ค. 69 นี้
ดร.ชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมฐานรากปีนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของ PYLON ปัจจุบันบริษัทฯ รับงานเต็มไปจนถึงช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้แล้ว โดยงานส่วนใหญ่เป็นงานภาคเอกชน เช่น โครงการ Mixed Use คอนโดมิเนียม โรงแรม และโรงพยาบาลต่างๆ ขณะที่งานภาครัฐก็มีส่วนร่วมในงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งหากในปีนี้มีงานภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ออกมาเพิ่มเติมซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปี น่าจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนกลับมาลงทุนมากขึ้น ก็จะเป็นจังหวะดีที่จะเข้ามาเติม Backlog ของบริษัทฯ ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงปีหน้า โดยภาพรวมการใช้เครื่องจักรในช่วงไตรมาสแรกน่าจะอยู่ที่ประมาณ 18-20 ชุด และทิศทางยังดีต่อเนื่อง
“ปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2570 ธุรกิจก่อสร้างงานฐานรากทั้งเสาเข็มเจาะและกำแพงกันดินมีโอกาสโตต่อเนื่อง นับเป็นปีที่ดีของ PYLON คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตขึ้นจากปีก่อน ซึ่งหลังจากมีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว บริษัทฯ คาดว่าจะเห็นความต่อเนื่องของนโยบาย เนื่องจากเป็นรัฐบาลชุดเดิม โดยน่าจะเห็นการขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ออกมามากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและงานฐานราก” ดร.ชเนศวร์ กล่าว
ล่าสุดบริษัทฯ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 71.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,059% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 16.7% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 428.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169% ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตที่ชัดเจนของบริษัท
สำหรับผลประกอบการของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 210.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 41,954.8% โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 14.0% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,501.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 82.9% โดยมีการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยโครงการภาคเอกชนที่เป็น Mixed-Use, คอนโดมิเนียม, โรงพยาบาล, Data Center, โรงแรม รวมถึงงานภาคเอกชนอื่นๆ และโครงการภาครัฐ 2 โครงการ ขณะที่รายได้จากงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ก็เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สัดส่วนรายได้ Diaphragm Wall : Bored Pile อยู่ที่ 40 : 60
“ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าประทับใจทั้งรายได้และกำไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่ชัดเจน และด้วยปริมาณงานในมือ (Backlog) ล่าสุด All-Time High อยู่ที่ 2,207.7 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ปี 2569 ให้เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E เพียง 0.35 เท่า Current Ratio 3.66 เท่า มีเงินฝากและกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 646 ล้านบาท เทียบกับหนี้ที่มีดอกเบี้ยเพียง 85 ล้านบาท สะท้อนนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2545” ดร.ชเนศวร์ กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เห็นสมควรให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้น คิดเป็นอัตราหุ้นละ 0.24 บาท โดยจ่ายเป็นเงินสด กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 17 มีนาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 18 มีนาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon