
มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินสถานการณ์ว่า ภาพรวมตลาดโลกยังคงเผชิญความผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 81 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เข้าสู่วันที่ 6 และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่แทบจะกลายเป็นศูนย์ ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจจีนยังมีความน่ากังวล หลังรัฐบาลปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ปี 2026 ลงเหลือ 4.5% – 5% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023 และเป็นเป้าหมายที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 1991 โดยจีนส่งสัญญาณปรับโมเดลเศรษฐกิจ หันไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมใหม่ แทนการกระตุ้นภาคการบริโภค
ข่าวดีทางอ้อมของไทย: รอดเพดานภาษี 19% ลุ้นเงินบาทแข็งค่า สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อประเทศไทย สหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้อัตราภาษีนำเข้าจากทั่วโลก (Global Tariff) ที่ระดับ 15% ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นข่าวดีในเชิงเปรียบเทียบสำหรับไทย เนื่องจากเดิมไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเผชิญเพดานภาษีสูงถึง 19%
นอกจากนี้ ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (CIT) ยังมีคำสั่งเด็ดขาดให้หน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีพร้อมดอกเบี้ยมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ แก่ผู้นำเข้า ปัจจัยนี้จะเข้ามากดดันให้ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) อ่อนค่าลง ซึ่งจะช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่า และอาจเป็นปัจจัยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ให้ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยได้ในระยะถัดไป
เงินเฟ้อไทยติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน พาณิชย์เปิด 3 ฉากทัศน์รับมือน้ำมันแพง ด้านสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หดตัวที่ -0.88% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และเป็นการติดลบต่อเนื่องยาวนานถึง 11 เดือน โดยมีสาเหตุหลักจากมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐและกำลังซื้อที่เปราะบาง อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินผลกระทบกรณีเกิดวิกฤตราคาพลังงาน (Supply Shock) ไว้ 3 ฉากทัศน์ ได้แก่:
- กรณีที่ 1: ราคาน้ำมันดิบ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดเงินเฟ้ออยู่ที่ 1-2%
- กรณีที่ 2: ราคาน้ำมันดิบ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดเงินเฟ้ออยู่ที่ 2-3%
- กรณีที่ 3: ราคาน้ำมันดิบสูงกว่า 120 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจดันให้เงินเฟ้อพุ่งทะลุ 3%
หุ้นต่างประเทศผลงานหรู COSTCO และ BILIBILI กำไรพุ่ง ในส่วนของการลงทุนต่างประเทศ ล่าสุด COSTCO รายงานรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าคาด แตะ 6.96 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (+9% YoY) และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 14% ด้าน BILIBILI หุ้นเทคฯ ของจีน โชว์รายได้ไตรมาส 4 ที่ 8.3 พันล้านหยวน (+8% YoY) โดยมีกำไรต่อหุ้นพุ่งกระฉูดถึง 81% รับอานิสงส์ธุรกิจโฆษณาและเกมที่เติบโตแข็งแกร่ง
กลยุทธ์ลงทุน: ชูหุ้นพื้นฐานดี จ่ายปันผลสูงกว่าผลตอบแทนหุ้นกู้ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินกลยุทธ์การลงทุนว่า ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับต่ำราว 1% ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ถึง 1.9% ดังนั้น จึงคาดหวังว่าเม็ดเงินจากตลาดตราสารหนี้จะทยอยสลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น โดยเน้นไปที่ “หุ้นที่มี Credit Rating และจ่ายปันผลสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยจากการออกตราสารหนี้ระยะยาว (3-5 ปี)” ซึ่งมีบริษัทที่เข้าเกณฑ์ที่น่าสนใจ อาทิ ADVANC, GULF, SCB, CPALL, CPAXT, CRC, BEM, SCGP, BANPU และ CENTEL
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

























