
มิติหุ้น — บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพด้วยประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษ เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม “ESSENTIA RAMA 2” (เอสเซนเทีย พระราม 2) มูลค่าโครงการรวมกว่า 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการกว่า 43 ไร่ เริ่มต้น 10-25 ล้านบาท บนทำเลพระราม 2 ภายใต้คอนเซปต์ “The Essence of Life บ้านที่คิดครบ เพื่อความสุขสบายใจ” ดึงสตูดิโอออกแบบชื่อดัง “Research Studio Panin” ขับเคลื่อนการออกแบบ ตอบโจทย์การใช้ชีวิต Holistic Wellbeing ครบ 4 มิติชีวิต ตอบรับเมกะเทรนด์แห่งยุคอย่าง Longevity Living หลังพบผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาแค่ “บ้านที่อยู่อาศัยได้” แต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ เติมเต็มคุณภาพชีวิตระยะยาวสำหรับคนในครอบครัวทุกเจเนอเรชัน โดดเด่นด้วยพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 11 ไร่ ร้อยละ 52% ของโครงการ พร้อมติดตั้งระบบ ERV ทุกยูนิต สร้างอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน และการออกแบบภูมิทัศน์เพื่อสุขภาวะโดยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ บนพระราม 2 ทำเล Growth Corridor แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โดยโครงการ ESSENTIA RAMA 2 เริ่มก่อสร้างปี 2568 และมีกำหนดแล้วเสร็จปี 2572
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้
งสำคัญ ผู้บริโภคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาบ้านเดี่
ยว ไม่ได้ตัดสินใจซื้อ จากขนาดพื้นที่หรือทำเลเพียงอย่
างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญสูงสุดกั
บความเป็นอยู่ที่ดี มีชีวิตยืนยาวแบบมีคุณภาพ (Health Span) ความปลอดภัย สภาพแวดล้อมเป็นมิตร และสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ
นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด มองว่าแนวโน้มนี้กำลังเข้ามาเปลี่ยนทิศทางตลาด บ้านเดี่ยวอย่างมีนัยสำคัญ “พฤติกรรมผู้ซื้อบ้านเดี่ยวยุคนี้ ต้องการทั้งคุณภาพของโครงการ ทำเลที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างราบรื่น และต้องการสภาพแวดล้อมที่เป็นส่วนตัวรายล้อมด้วยธรรมชาติเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจโดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวหลากหลายเจนและเจ้าของกิจการที่ต้องการบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการทำงานที่บ้าน (WFH) และพร้อมลงทุนกับการทำให้ทุกคนในครอบครัวได้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข “ที่บ้าน” จากความต้องการของลูกค้าที่ชัดเจนนี้ ในฐานะผู้พัฒนาโครงการจึงต้องตั้งคำถามใหม่ว่าต้องพัฒนาอย่างไร ให้ทุกคนอยากกลับบ้านออกมาทำกิจกรรมในพื้นที่ส่วนกลาง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืนให้คนทุกเจน”
จับตาการเติบโต “กรุงเทพฯ โซนตะวันตก”
กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกตามแนวพระราม 2 กำลังก้าวขึ้นเป็นทำเล Growth Corridor แห่งใหม่ที่วงการอสังหาฯ ต่างจับตามอง ศักยภาพของทำเลนี้สะท้อนให้เห็นได้ชัดจากพัฒนาการที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่อยู่อาศัยกระจุกตัวอยู่ ภายในวงแหวนกาญจนาภิเษก-พระราม 2 แต่ในช่วงปี 2554-2564 การขยายตัวได้ก้าวข้ามออกมานอกวงแหวนอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ราคาที่ดินในทำเลปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากราคาประเมิน 45,000-90,000 บาทต่อตารางวาในปี 2555-2558 สู่ราคาซื้อขายจริง ในตลาดเฉลี่ยประมาณ 140,000 บาทต่อตารางวา ปัจจุบันพระราม 2 ไม่ได้เป็นเพียงทำเลสำหรับผู้อาศัยที่ทำงานใน ละแวกใกล้เคียงอีกต่อไป ด้วยเส้นทางด่วนที่เชื่อมต่อหลายโซน ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินทางสู่โซนการทำงานสำคัญได้ ในระยะเวลาเพียง 15-55 นาที พร้อมครบครันด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ โรงพยาบาลเอกชน และโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ทำเลนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่และเจ้าของกิจการที่ต้องการบ้านบนทำเลศักยภาพ หลีกหนีความวุ่นวาย ขณะเดียวกันยังคงเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสะดวกสบาย
ทั้งนี้ ดี-แลนด์ กรุ๊ป ผู้พัฒนาโครงการ ESSENTIA RAMA 2 ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรมายาวนานกว่า 23 ปี ทั้งการพัฒนาโครงการเพื่ออยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว อาทิ โครงการ เดอะพราว เพรสทีจ บายพาส-ราชบุรี, ทาวน์โฮม อาทิ บ้านดี เดอะ แฮมิลตัน กาญจนาภิเษก-บางใหญ่, อาคารพาณิชย์, คอนโดมิเนียม อาทิ ดีพาร์ค คอนโด และโครงการมิกซ์ยูสอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า รวมถึงธุรกิจรับสร้างบ้านคุณภาพแบบครบวงจร โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าให้ลูกค้าและการส่งมอบคุณภาพที่จับต้องได้ ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านทุกโครงการที่ผ่านมา
นายสุเทพ ปัญญาสาคร กล่าวว่า “เราสะสมอินไซต์ของลูกค้า เข้าใจ Pain Point ของโครงการบ้านจัดสรร แล้วนำมาพัฒนาโครงการ ที่ตอบโจทย์ดีมานด์คนอยู่อาศัยจริง เราจึงพัฒนาโครงการ ESSENTIA RAMA 2 ด้วยความเข้าใจว่าบ้านที่ดี ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับ ทุกคนในบ้าน ซึ่งจากฟิตแบ็กของลูกค้าที่ผ่านมาจะประทับใจแบบบ้านที่รู้สึกว่าแตกต่าง เป็นเอกลักษณ์ รู้สึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราคิดมาอย่างตั้งใจ นั่นคือ บ้านทุกหลังมีสวนหลังบ้าน (Backyard) พร้อมทางเดินพักผ่อน Whisper Walk กว้าง 4 เมตรด้านหลังบ้าน ช่วยเว้นระยะไม่ให้หลังบ้านติดกัน มอบความสงบและความเป็นส่วนตัว พร้อมเชื่อมสู่พื้นที่สีเขียว 11 ไร่”
ส่องงานออกแบบ “บ้านที่คิดมาครบ เพื่อชีวิตคุณภาพ”
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ของ TerraBKK พบว่าผู้ซื้อบ้านเดี่ยวให้ความสำคัญกับ Wellness ใน 4 ด้าน คือ ได้แก่ Physical ที่ต้องการ Universal Design ที่เสริมสุขภาพโดยรวม, Mental ที่ต้องการมุมส่วนตัวสำหรับการรีชาร์จและเติมพลังใจ Social ต้องการรักษาสัมพันธภาพที่ดี กับเพื่อนบ้าน สามารถให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ และ Spiritual ที่ต้องการสวนส่วนตัวและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยเพิ่มพลังงานชีวิต มอบความสงบจากภายใน ซึ่ง ESSENTIA RAMA 2 ตอบโจทย์ทั้ง 4 ด้านนี้ได้อย่างครบถ้วนจากการพัฒนาโครงการผ่านคอนเซปต์ The Essences of Life ที่มุ่งให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสความสุขและส่งเสริมสุขภาพใน 4 มิติ ครอบคลุมการออกแบบตัวบ้านไปจนถึงภูมิทัศน์โดยรอบ ได้แก่
- The Essence of Serenity ความสงบจากพื้นที่สีเขียวกว่า 11 ไร่ ต้นไม้ใหญ่ภายในโครงการมากถึง 500 ต้นและสวนหลังบ้านกว้าง 4 เมตร
- The Essence of Wellbeing สุขภาวะจากธรรมชาติที่โอบล้อมรอบบ้าน พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ช่วยให้การออกกำลังกาย เกิดขึ้นได้ที่บ้านแบบไม่ต้องเดินทางไปยิม
- The Essence of Relationships การออกแบบภายในที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
- The Essence of Privacy พื้นที่ส่วนตัวที่ลงตัวในทุกมุมของบ้าน รวมถึงการออกแบบพื้นที่ระหว่างบ้านแต่ละหลังให้ ทุกครอบครัวได้พักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ESSENTIA RAMA 2 แตกต่างจากโครงการบ้านเดี่ยวทั่วไปคือ แนวคิด Landscape Design for Wellbeing ที่ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ดร. ต้นข้าว ปาณินท์ สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญจาก Research Studio Panin เผยว่า “เราวางกรอบ การออกแบบครบ 4 มิติเพื่อตอบโจทย์ Wellbeing ได้แก่ Thainess Redefined การออกแบบที่รองรับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น ของไทยพร้อมพื้นที่ส่วนตัวขนาดใหญ่สำหรับกิจกรรมของคนในครอบครัว, Spatial Adequateness ผังบ้านที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง ในชีวิตประจำวัน, Family Relationship การจัดสรรพื้นที่ภายในให้เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้าน พร้อมมุมแยกส่วนตัวเมื่อต้องการ และ Community Relationship การออกแบบผังภายนอกที่เว้นระยะระหว่างบ้านและหันทิศของบ้านในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นชุมชนที่อบอุ่นโดยไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัว องค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันและเมื่อแต่ละครอบครัว ได้มาใช้ชีวิตจริง ๆ จะสัมผัสได้ว่า สุขภาพ ความสัมพันธ์ ความเป็นส่วนตัว และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวที่โครงการนี้”
หนึ่งในการออกแบบที่เด่นที่สุ
ดของโครงการ คือ
สวนหลังบ้านกว้าง 4 เมตร ที่ทอดยาวไปยังหลังบ้านทุกหลัง
และมีไฮไลต์สำคัญอย่าง Whisper Walk ทางออกด้านหลังบ้านที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สีเขียวส่วนกลางโดยตรงแบบไร้รอยต่อ ซึ่งแยกออกจาก ถนนหลักของโครงการ ทำให้เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ สามารถออกมาใช้พื้นที่ร่วมกั
นได้อย่างปลอดภัยทุกวัน
นอกจากนี้ บ้านทุกหลังจะไม่มีกำแพงหลังบ้านใช้ร่วมกับเพื่อนบ้าน แต่จะแทนที่ด้วยพื้นที่ชานพักนั่งเล่นริมรั้วหลังบ้าน กลายเป็นโซนเชื่อมต่อภายในและภายนอกบ้าน ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับฟาซิลิตี้ ส่วนกลางโครงการจัดเต็มด้วย Aqua Lounge คลับเฮาส์ขนาดใหญ่วิวทะเลสาบที่มาพร้อมฟิตเนสและพื้นที่จัดอีเวนต์ส่วนตัว และ Signature Lakeside Pool สระว่ายน้ำ 25 เมตรวิวทะเลสาบ, Rhythm Lane ลู่วิ่งจ็อกกิ้งผิวแอสฟัลต์ลดแรงกระแทกความยาว 1.5 กิโลเมตรรอบ โครงการ, Green Lounge พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 11 ไร่ พร้อมต้นไม้ใหญ่ 500 ต้นและบ่อปลาร่มรื่น Whisper Walk ทางเดินพักผ่อนเชื่อมต่อกับสวนหลังบ้านทุกหลังเพื่อมุ่งสู่ Main Park ตลอดจน Kids Park สนามเด็กเล่นให้ทุกบ้านได้มาใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ โครงการยังแก้ปัญหาการจอดรถของแขกด้วยการจัด Visitor Parking แยกต่างหาก เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและความสงบ ภายในโครงการ
ESSENTIA RAMA 2 นำเสนอบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical 4 แบบ จำนวน 107 ยูนิตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ ความต้องการที่แตกต่างกันของครอบครัวหลากหลาย ได้แก่ HAVEN พื้นที่ใช้สอย 304 ตารางเมตร บนที่ดิน 65 ตารางวา, SOLACE พื้นที่ใช้สอย 328 ตารางเมตร บนที่ดิน 65 ตารางวา ทั้งสองแบบมาพร้อม 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 4 ที่จอดรถ เหมาะสำหรับครอบครัว รุ่นใหม่, SERENITY พื้นที่ใช้สอย 435 ตารางเมตร และ EDEN พื้นที่ใช้สอย 496 ตารางเมตร บนที่ดิน 102 ตารางวา พร้อม 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 6 ที่จอดรถ ทุกแบบบ้านมี Master Bedroom 2 ห้องพร้อม Walk-in Closet, ครัวไทยพร้อมใช้งาน, กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ, ระเบียงและชายคายื่นป้องกันแดดและฝน และการออกแบบหลังคาทรงจั่วโมเดิร์น ที่รองรับภูมิอากาศ ร้อนชื้นได้ดีเยี่ยม พร้อมวัสดุโทนธรรมชาติสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ยกระดับการอยู่อาศัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของ ESSENTIA RAMA 2 คือระบบ ERV (Energy Recovery Ventilator) ที่ติดตั้งในทุกหลัง ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนอากาศภายในและภายนอกบ้านอย่างต่อเนื่อง เติมออกซิเจนบริสุทธิ์, กรองฝุ่น PM2.5, ลด CO2, กลิ่นอับ และความชื้น ป้องกันเชื้อราโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างระบาย ช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาว นับเป็นการยกระดับสุขภาวะ ของผู้อยู่อาศัยในมิติที่จับต้องได้และส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างแท้จริง
นายสุเทพ ปัญญาสาคร เสริมถึงทิศทางการเติบโตของดี-แลนด์ กรุ๊ปว่า “ในปีที่ผ่านมา 2568 บริษัทในเครือสามารถทำยอดขายรวมได้ 800 ล้านบาท และในปี 2569 เราจะเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านเดี่ยวอย่างเอสเซนเทีย พระราม 2 และคอนโดมิเนียม Low-Rise อีก 1 โครงการในศรีราชา จังหวัดชลบุรี สอดรับกับวิสัยทัศน์ของดี-แลนด์ กรุ๊ป ในการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ทำเลศักยภาพใหม่ในหัวเมืองที่กำลังเติบโต พร้อมยึดมั่นในหลักการพัฒนาโครงการที่ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะ ในฐานะผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน”
ESSENTIA RAMA 2 เปิดรอบพรีเซลพร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองภายใน 31 มีนาคม 2569 รับของขวัญมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมโครงการและบ้านตัวอย่างครบทุกแบบได้แล้ววันนี้ ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://essentia.dl.co.th/ โทร 1793 หรือ 063-206-4501 Line Official: @ESSENTIARAMA2 อีเมล: marketing@dl.co.th
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon