
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นขนาดเล็กจิ๋วมาร์เก็ตแคประดับ 1-2 พันลบ.อยู่ๆ ฟราคาเด้งแรงจนน่าตกใจเพียงระยะเวลาไม่ถึงเดือน ถูกลากจากราคาต่ำกว่า 6 บ. (ยังต่ำกว่าราคา IPOที่ 6 บ.เพราะพึ่งเข้า ตลาด mai มาไม่นานช่วงปลายปี 68) จนราคาปิดล่าสุด(13มี.ค.69)ที่ 13.60บ.หรือพุ่งไม่กว่า 1 เท่าตัวหรือพุ่งเกิน100% จนสงสัยว่าเป็นหุ้นอะไรทำธุรกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกับโลกอนาคตหรือไม่ ????
ถ้าลองจินตนาการหุ้นในโลกอนาคตที่เราเห็นๆ ราคาที่ทุกคนพร้อมให้พรีเมียมสูงอย่าง NVIDIA (1 ในหุ้น 7 นางฟ้าของสหรัฐ) ผู้นำระดับโลกด้านชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) และ AI, ที่ราคาพุ่งขึ้นหลายเท่า, หรืออย่าง Baidu (ไป่ตู้) ยักษ์ใหญ่ Search Engine จีนที่เป็นผู้นำด้าน AI, คลาวด์, และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ (Apollo) โดยมุ่งเน้นการพัฒนา Full-stack AI, ชิป AI (Kunlunxin) และ Robotaxi เป็นต้น…..หรือหากจะดูในกระดานหุ้นไทย ที่เล่นกันไปไกลหลายเท่าเทรดกันไม่ต้องสนใจ PEเพราะมันพุ่งไปไกลกว่า 250 เท่าแล้ว อย่าง DELTA ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solutions)หรือที่เรียกง่ายๆว่า “เพาเวอร์ซัพพลาย” รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ก็ยังจัดอยู่ในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโลกอนาคต นวัตกรรมเทคโนโลยี ทั้งนั้น
ผงะ!ธุรกิจเทรดดิ้งส่งออกธรรมดา
แต่!!!!….ที่ยกตัวอย่างมานั้น!!!!ไม่ใช่เลย… หุ้นที่ว่าดังกล่าวกลับเป็นเพียงธุรกิจเทรดดิ้งส่งออกธรรมดารายเล็กๆ ในกลุ่มสินค้าเกษตรและพึ่งพิงตลาดใหญ่เจ้าเดียวที่จีนเท่านั้น โดยรับซื้อสินค้าจาก “ล้ง” ผ่านการทำสัญญาซื้อขายกันและมีการจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีของส่งให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า โอ้ว!!!!!! ที่สำคัญไม่ใช่รายใหญ่ที่จะสามารถกำหนดหรือคุมเกมในตลาดได้เลย…
คุ้มค่าความเสี่ยงหรือไม่?
ความเสี่ยงถัดมาหากจีนเข้มงวดนำเข้าสินค้าชนิดนี้ขึ้นมาเช่นตรวจเข้มสารเคมี, ปิดด่าน หรือแม้แต่ปรับนโยบายนำเข้าใหม่ เหล่านี้จะกระทบกำไรทันที และยิ่งในอนาคตจีนเองก็กำลังเริ่มทดลองปลูกทุเรียนแล้วซึ่งระยะยาวจะกระทบดีมานด์อย่างแน่นอน นี่ยังไม่รวมความเสี่ยงด้านผลผลิตซึ่งแต่ละปีก็ผันผวนมากไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ โรคพืช และราคาหน้าสวนเป็นต้น
ตัวอย่างหุ้น10เด้งที่เข้าคอนเซ็ป
และหากจะเปรียบเทียบให้แคบลงอย่าง TU ที่เป็นรายใหญ่สเกลระดับโลก ธุรกิจหลักคือ 1. กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป 2.กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น และ3.ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีบริษัทในเครืออย่าง ITC ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใหญ่ และกำไรโตหลายปีติดต่อกัน และที่สำคัญมีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนเป็นต้น และทั้ง 2 ธุรกิจตัวอย่าง จัดว่าเป็น global brand ด้วย ซึ่ง2 ธุรกิจที่กล่าวมานี้หากจะยกให้เป็นหุ้น 10 เด้งยังไม่มีใครสงสัยอะไรแม้แต่น้อย และนักลงทุนก็เข้าใจธุรกิจว่าเขาจะเติบโตไปอย่างไรในอนาคต
ดังนั้นใครลากหุ้นตัวนี้ก็ระวังกันหน่อย…ใครจะเข้าตะลุมบอนหุ้นในสภาวะแบบนี้ก็ควรดูของให้มีดีๆหน่อยละกันสภาพคล่องในตลาดหุ้นยังไม่ได้ล้นเหลือที่จะเริ่มขยับจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาไปแล้ว…และจะค่อยมาเล่นกันในกลุ่มหุ้นตัวเล็ก หรือ หุ้นระดับกลางก็ยังไม่ใช่จังหวะ…แถมธุรกิจก็ยังไม่ได้ที่จะเป็นหุ้น 10 เด้งอีกด้วยยังอีกห่างไกล…จะอ้างเพราะมีสตอรี่เพียงว่า…ได้เซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ 2,500 ลบ.ก็เพียงพอที่เทรดเดอร์บ้านเราจะตะลุมบอนจริงหรือ????…หรือว่าเทรดเดอร์จินตนาการไปไกลกว่านั้นแล้วกับอนาคตของหุ้นตัวนี้ที่นักลงทุนทั่วไปยังไม่เข้าใจก็อาจเป็นได้????
ทิ้งท้ายที่เอะ!คือวันที่ประกาศงบซึ่ง ตลท.เปิดเผยข้อมูลช่วงสี่ทุ่มซึ่งหมายความว่าตลาดหุ้นปิดเทรดแล้ว(ปิดตลาดตั้งแต่16.30-16.40 น.) แต่เชื่อมั้ยราคาหุ้นวิ่งแรลรี่รับก่อนงบถูกแจ้งต่อนักลงทุนทั่วไปผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ…นักลงทุนลองคิดดูละกันใครบ้างที่รู้ข้อมูลก่อนเพื่อน!!!!! อย่างไรก็ตามการนำเสนอข้อมูลนี้ก็เพื่อเป็นอีกด้านเพื่อช่วยให้นักลงทุนได้นำไปชั่งน้ำหนักดูถึงความคุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่เท่านั้น
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




























