
มิติหุ้น – นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เปิดเผยทิศทางอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหารในสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนขณะนี้ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก แม้อุตสาหกรรมอาหารยังคงมีความสำคัญและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ผู้ประกอบการก็ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายในหลายๆ ด้าน ซึ่งกระทบทั้งการผลิตและการส่งออก อาทิ ความผันผวนของราคาพลังงาน ค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้นจากการชะงักงันของเส้นทางเดินเรือและห่วงโซ่อุปทาน แต่ในทางกลับกันก็ส่งผลเป็นปัจจัยหนุนต่อภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทย เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้ง ประเทศต่างๆ จะมีความต้องการอาหาร เร่งนำเข้า และสำรองอาหารเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรและอาหารที่แข็งแกร่ง มีความหลากหลายทางชีวภาพ และที่สำคัญคือ มีสถานะเป็น ‘พื้นที่เป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์’ จึงนับเป็นโอกาสทองที่จะก้าวขึ้นเป็นคลังสำรองอาหารที่ปลอดภัยของโลก (Global Food Safety Zone) แต่การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ไปสู่การกระจายความเสี่ยง และเน้นผลิตสินค้าอาหารที่มีอายุการเก็บรักษานาน หรืออาหารพร้อมทาน รวมถึงอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าอาหารที่มีอัตรากำไรสูง เพื่อการชดเชยต้นทุนด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
ในการคว้าโอกาสดังกล่าว การพึ่งพาการผลิตแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ ทำให้จำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปอาหารต้องเข้าสู่ยุค Smart Manufacturing มากขึ้น โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยชดเชยจุดอ่อนและความผันผวนของปัจจัยที่ส่งผลต่อการผลิต การใช้เทคโนโลยีอย่างหุ่นยนต์ (Robot), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ IoT ไม่ใช่แค่ทางเลือกสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เป็น ‘ทางรอด’ ของ SMEs ด้วย เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ลดความผิดพลาดหรือของเสียในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน ช่วยควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่ตลาดโลกต้องการ
ด้วยโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ ทำให้การจัดงาน ProPak Asia 2026 ยกระดับความสำคัญยิ่งขึ้นในการเป็นจุดศูนย์รวมของอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ครบวงจรที่สุดของเอเชีย ในสถานที่จัดงานใหม่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อรองรับผู้ร่วมจัดแสดงงานและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก และตอบโจทย์ในการเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ งาน ProPak Asia ในวันนี้จะไม่ใช่แค่งานแสดงเครื่องจักร แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมโซลูชันเพื่อการปรับตัว เปลี่ยนแปลงและเติบโต สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งภายในงานฯ นอกจากจะมีการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่จำเป็นต่ออุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์และความยั่งยืน ระบบ Automation ที่เข้าถึงได้สำหรับ SMEs ฯลฯ มาจัดแสดงแบบพร้อมใช้งานจริงแล้ว ยังมีการประชุมและสัมมนาแบบเจาะลึกในทิศทางของอุตสาหกรรม อาทิ ProPak Stage ที่รวบรวมผู้นำอุตสาหกรรมและนักนวัตกรรม เพื่อร่วมแบ่งปันแนวคิดการเปลี่ยนแปลง เทรนด์ใหม่ และเรื่องราวความสำเร็จที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ProPak Gourmet เวิร์กช็อปและการสาธิตถึงความก้าวหน้าล่าสุดด้านการแปรรูปอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Future Food Security Factory ที่นำเสนอความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมที่สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของอาเซียน โดยมุ่งเน้นด้านความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศและสถานการณ์ ความเป็นอิสระด้านวัตถุดิบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย เพื่อสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและมั่นคง ฯลฯ จึงอยากเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงาน ProPak Asia 2026 ที่จะจัดขึ้นในเดือน มิถุนายน นี้
ด้านนางสาวสมสุดา ศรีวัฒนานนท์ กรรมการ บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด กล่าวถึงจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมอาหารไทยวันนี้ว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเปลี่ยนจาก “การผลิตแบบต้นทุนแข่งขัน” สู่ “การผลิตแบบคุณภาพ เทคโนโลยี และความยั่งยืน” ตลาดและผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ Food Safety, Traceability, ESG และ Carbon Footprint มากขึ้น โดย 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยและความยั่งยืนที่เข้มงวด ทั้งเรื่อง Food Safety, Traceability, ESG และ Carbon Footprint มากขึ้น การขาดแคลนแรงงานและต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ดังนั้น ทางออกของผู้ประกอบการ คือ ยกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล ใช้เครื่องจักรอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ (Automation) ที่เป็นสิ่งจำเป็นไม่ใช่ทางเลือก ลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory และ Data-Driven Production การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานจะเสริมความได้เปรียบให้กับประเทศไทยที่มีจุดแข็งด้านวัตถุดิบ ความเชี่ยวชาญด้านรสชาติและการแปรรูป ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแรง หากผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ก็จะสร้าง Value Added Product และ Premium Positioning ในตลาดโลกได้
ดังนั้น ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค ในฐานะ Technology Solution Partner ได้คัดเลือกเทคโนโลยีและเครื่องจักรคุณภาพจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกในกลุ่มกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล อาหารพร้อมรับประทาน เบเกอรี่ อาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค ตั้งแต่การออกแบบไลน์การผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพ บริการหลังการขายจากทีมเทคนิค และสต๊อกอะไหล่ พร้อมช่วย SMEs ให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับงบประมาณ ส่วนการร่วมจัดงาน ProPak Asia นั้น ถือเป็นงานฯ ที่สำคัญเพราะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบริษัทและลูกค้าจากทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งในงานฯ ปีนี้ นอกจากจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่เครื่องอัดสูญญากาศ (vacuum stuffer) แบรนด์ Frey จากประเทศเยอรมนี รุ่น F190 R A ที่เหมาะกับงานหลายรูปแบบ เช่น การผลิตไส้กรอก แหนม หมูยอ กุนเชียง ไก่จ๊อ เต้าหู้ปลา เบอร์เกอร์ การขึ้นรูปสินค้าต่างๆ รวมถึงการแบ่งน้ำหนักเพื่อบรรจุสินค้ามาเปิดตัวแล้ว ยังเป็นวาระพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี ของบริษัท ซึ่งจะมีกิจกรรมกับลูกค้าและผู้เข้าเยี่ยมชมบูธทุกท่านด้วย
นายสิทธิพัฒน์ กอวัฒนา ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ฟูจิเซกิ ฟู้ด แมชชินเนอรี่ เอเชีย จำกัด กล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารว่า ตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยและอาเซียนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนเมืองและเทรนด์โลกที่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าวการนำนวัตกรรมเครื่องจักรระบบอัตโนมัติมาช่วยดำเนินธุรกิจ จึงเป็นกุญแจที่ทำให้ผู้ประกอบการควบคุมประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพสินค้า ต้นทุนการผลิต และทดแทนการขาดแคลนแรงงานได้ ซึ่ง ฟูจิเซกิ ฟู้ด แมชชินเนอรี่ เอเชีย เป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ผลิตเครื่องจักรที่สามารถขึ้นรูป ชั่ง บรรจุข้าวลงบรรจุภัณฑ์ได้อัตโนมัติ และเครื่องจักรสายการผลิตสินค้า Ready to eat ที่ครบวงจร โดยมีทั้งกลุ่มเครื่องจักรขนาดใหญ่สำหรับโรงงานที่ผลิตเป็นจำนวนมาก และ กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่ปรุงเสิร์ฟสินค้าหน้าร้านและ Delivery การออกแบบเครื่องจักรเน้นที่ความปลอดภัย ใช้งานง่าย มีบริการอบรมการใช้งาน ให้คำปรึกษา และทดลองใช้งานเครื่องจักรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งยังสามารถทดลองเช่าเครื่องจักรไปใช้งานก่อนได้ เริ่มต้นที่ 2 เดือน รวมถึงยังมีบริการซ่อมบำรุงรักษา จำหน่ายอะไหล่เครื่องจักรจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นโดยตรง และมีสต๊อกอะไหล่สำรองอยู่ที่ไทยพร้อมบริการลูกค้า
ส่วนการร่วมจัดงานกับ ProPak Asia นั้น เนื่องจากเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญมากของภูมิภาค ทางบริษัทฯ ได้เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องและมีการเปิดตัวเครื่องจักรใหม่จากญี่ปุ่นในทุกปี โดยไฮไลท์ในปีนี้ คือ การนำเครื่องจักรสายการผลิตสินค้า Ready-to-Eat อัตโนมัติจากญี่ปุ่น มาร่วมจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับเทคโนโลยีและการทำงานอย่างใกล้ชิด และสามารถปรึกษาเพื่อขอนำเครื่องไปทดลองใช้ที่หน้างานจริงได้ภายหลังจบงานฯ
สำหรับงาน ProPak Asia 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและขอข้อมูลรายละเอียดการจัดงานฯ ได้ที่ www.propakasia.com
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon



















![PSH to Offer New Debentures to the General Public Indicative Coupon Rate between [3.40 – 4.00]% per annum for 2- & 3-Year Debentures Expected Subscription Period during 8 and 11–12 May 2026](https://www.mitihoon.com/wp-content/uploads/2026/03/03-25-218x114.jpg)

![PSH to Offer New Debentures to the General Public Indicative Coupon Rate between [3.40 – 4.00]% per annum for 2- & 3-Year Debentures Expected Subscription Period during 8 and 11–12 May 2026](https://www.mitihoon.com/wp-content/uploads/2026/03/03-25-100x53.jpg)


