
มิติหุ้น – ดีลอยท์เผยรายงานล่าสุด “Powering Asia Pacific’s Data Centre Boom: Unlocking Sector Growth” ระบุว่า การวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ถึงแม้ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่ก็สร้างความท้าทายต่อระบบพลังงานที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเช่นกัน การบริหารจัดการความสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืนด้านพลังงาน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการขยายตัวของอุตสาหกรรมในทศวรรษหน้า งานวิจัยของดีลอยท์พบว่า ดาต้าเซ็นเตอร์สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สร้างภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้า หากใช้กลยุทธ์จัดหาพลังงานสะอาดที่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า เสริมความมั่นคงของระบบ และเร่งการลดการปล่อยคาร์บอน
รายงานชี้ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล รองรับบริการคลาวด์ การสื่อสาร อีคอมเมิร์ซ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมดังกล่าว สร้างความท้าทายต่อระบบพลังงานที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ดีลอยท์ระบุว่า หากมีการวางแผนและลงทุนตามแนวคิด “มุ่งเน้นพลังงาน (Power-first)” ตั้งแต่ต้น การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์สามารถช่วยเร่งการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดให้มีเสถียรภาพและต้นทุนที่เหมาะสม แทนที่จะเป็นข้อจำกัดต่อเป้าหมายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศของประเทศ
โอกาสเศรษฐกิจควบคู่ความท้าทายด้านพลังงาน
รายงานระบุว่า การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์เป็นทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและความท้าทายด้านพลังงาน หากขาดการวางแผนเชิงรุก การเติบโตอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า เพิ่มความผันผวนของราคาไฟฟ้า และชะลอการลดการใช้พลังงานที่ปล่อยคาร์บอนสูง
ขณะเดียวกัน พลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ที่สามารถพัฒนาได้เร็วและมีต้นทุนแข่งขันได้มากขึ้นในหลายประเทศของเอเชียแปซิฟิก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ที่ลดลง รวมถึงนโยบายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศที่เข้มแข็งขึ้น
วิล ไซมอนส์ (Will Symons) ลีดเดอร์ด้านความยั่งยืน ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก กล่าว “เอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ การเติบโตของ AI คลาวด์ และการเชื่อมต่อดิจิทัล กำลังผลักดันการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์อย่างมหาศาล ขณะที่โครงข่ายไฟฟ้าในหลายประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการลดคาร์บอนและความมั่นคงด้านพลังงาน การให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดตั้งแต่ต้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการเติบโตในระยะยาว”
พลังงานสะอาด กุญแจสำคัญของการขยายดาต้าเซ็นเตอร์
ปัจจุบัน การเข้าถึงพลังงานกำลังกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ในหลายประเทศของเอเชียแปซิฟิก โดยเริ่มเห็นปัญหาคิวเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ในบางพื้นที่นั้น ความต้องการพลังงานที่วางแผนไว้สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ได้เกินกว่าการอัปเกรดโครงข่ายที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการบูรณาการประเด็นด้านพลังงานเข้ากับการเลือกทำเล การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก และการตัดสินใจลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น
ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำ จึงเริ่มใช้กลยุทธ์พลังงานสะอาดเพื่อบริหารความเสี่ยง ทั้งการเพิ่มความชัดเจนด้านต้นทุน ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน และตอบสนองความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อมจากลูกค้า นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งทางเหล่านี้ครอบคลุมถึงกลไกราคาคาร์บอน มาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงาน และมาตรฐานความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้นในตลาดสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย
แนวปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตพลังงานสะอาด
งานวิจัยของดีลอยท์พบว่า ผู้นำดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นใหม่ในเอเชียแปซิฟิกกำลังพัฒนาโมเดลเชิงปฏิบัติที่ช่วยขยายกำลังการผลิตควบคู่กับการลดคาร์บอนของระบบพลังงาน โดยแนวทางสำคัญ ได้แก่
- แนวคิด “มุ่งเน้นพลังงาน (Power-first)”: ออกแบบโครงการโดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงพลังงานสะอาดที่เชื่อถือได้และสามารถขยายได้ตั้งแต่ต้น แทนการมองพลังงานเป็นเพียงการตัดสินใจจัดซื้อในลำดับรอง
- การจัดหาพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ: ผสานการใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานที่ ระบบกักเก็บพลังงาน อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวจากผู้ให้บริการ และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) เพื่อให้ได้พลังงานที่คุ้มค่าและปล่อยก๊าซต่ำ และสนับสนุนการผลิตไฟฟ้ารุ่นใหม่
- การพัฒนาโครงการแบบ Co-location: สร้าง “เขตดาต้าเซ็นเตอร์พลังงานสะอาด” ใกล้แหล่งพลังงานหมุนเวียนคุณภาพสูง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม รวมถึงโครงข่ายไฟฟ้าที่มีอยู่แล้ว เพื่อลดความจำเป็นในการอัปเกรดโครงข่ายที่มีต้นทุนสูง
- การบริหารโหลดอย่างยืดหยุ่น: ใช้ระบบปฏิบัติการขั้นสูงเพื่อย้ายภาระงานไปยังช่วงเวลาและสถานที่ที่มีพลังงานหมุนเวียนต้นทุนต่ำ
- การผสานระบบกักเก็บพลังงานและบริการเสริมโครงข่าย: ใช้แบตเตอรี่และเทคโนโลยีอื่นเพื่อเสริมความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน พร้อมส่งเสริมความทนทาน การกระจายรายได้ และการให้บริการ เช่น การควบคุมความถี่ของระบบไฟฟ้า
ความร่วมมือหลายภาคส่วน หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
รายงานเสนอแผนงานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อให้เกิด “การเติบโตโดยไม่สร้างภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้า” ในเอเชียแปซิฟิก สำหรับผู้พัฒนาและผู้ดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ แนวทางที่แนะนำ ได้แก่ การให้ความสำคัญกับการจัดหาพลังงานสะอาดที่เพิ่มกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่ระบบไฟฟ้า การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานตั้งแต่เริ่มต้น และการออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และน้ำที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น
ขณะที่ภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการพลังงาน นักลงทุน และองค์กรผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ ควรร่วมกันดำเนินมาตรการ เช่น การเร่งอนุญาตโครงการที่ช่วยเสริมเสถียรภาพโครงข่าย การร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัล และการเลือกพันธมิตรที่มีการลงทุนด้านพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจจากการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของทั้งระดับประเทศและภูมิภาค
นายอับราจิต เรย์ (Abhrajit Ray) ลีดเดอร์กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคม ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “AI คลาวด์ และการเชื่อมต่อดิจิทัล กำลังสร้างความต้องการด้านพลังประมวลผลในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้ที่จะเป็นผู้นำในยุคนี้คือผู้ประกอบการและตลาดที่มองพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก ไม่ใช่เพียงกระบวนการจัดหาทรัพยากรในภายหลัง”
นายเค กาเนซาน โคลัน เด เวลู (K Ganesan Kolan De Velu) ลีดเดอร์กลุ่มบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความยั่งยืนและเรื่องอื่นๆ ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าวเสริมว่า “ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นพื้นที่สำคัญของการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ จากความต้องการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นและการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัว หากสามารถขยายเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่ไปกับระบบพลังงานที่สะอาดและเชื่อถือได้ ก็จะช่วยสร้างโมเดลการเติบโตอย่างยั่งยืนที่เสริมศักยภาพการแข่งขันและเร่งการลดคาร์บอนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon




















![SGC เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย พร้อมเสนอขายหุ้นกู้มีประกันชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ย [5.70% – 5.90%] ต่อปี คาดเสนอขายระหว่างวันที่ [21-23] เมษายนนี้](https://www.mitihoon.com/wp-content/uploads/2026/03/12-16-218x114.jpg)


![SGC เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย พร้อมเสนอขายหุ้นกู้มีประกันชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ย [5.70% – 5.90%] ต่อปี คาดเสนอขายระหว่างวันที่ [21-23] เมษายนนี้](https://www.mitihoon.com/wp-content/uploads/2026/03/12-16-100x53.jpg)
