
มิติหุ้น – สภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) ประกาศก้าวสำคัญในการริเริ่มโครงการเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อปลดล็อกศักยภาพการพัฒนาทองคำดิจิทัลในยุคใหม่ โดยประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เนื่องจากมีตลาดทองคำที่มีความเคลื่อนไหวสูงและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย
สภาทองคำโลกได้ร่วมจัดทำรายงานเชิงลึกสมุดปกขาว (Whitepaper) ภายใต้ชื่อ “Digital Gold: The Case for a Shared Infrastructure” ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ เดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (BCG) ซึ่งนำเสนอแนวคิด “Gold as a Service” แพลตฟอร์มใหม่เพื่อรองรับการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทองคำดิจิทัล โดยมีจุดเด่นคือสามารถขยายขนาดและเชื่อมโยงกับหลายระบบได้
Gold as a Service จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเปิด (Open Platform) ที่เชื่อมโยงการเก็บรักษาทองคำแท่งจริงเข้ากับระบบดิจิทัลที่ใช้ในการออกสินทรัพย์และบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ที่มีทองคำเป็นหลักประกัน ด้วยการกำหนดมาตรฐานและกระบวนการตลาดที่สำคัญ เช่น การประสานงานการเก็บรักษา การกระทบยอด การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการแลกเปลี่ยนคืน โมเดลนี้มุ่งเป้าลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน เพื่อปรับปรุงการเข้าถึงและสร้างมาตรฐานที่สม่ำเสมอให้กับผลิตภัณฑ์ทองคำดิจิทัล ในอนาคตแพลตฟอร์มนี้มีศักยภาพที่จะพลิกโฉมประเทศไทยจากตลาดที่ซื้อขายทองคำแท่งแบบดั้งเดิมเป็นหลัก ไปสู่การเป็นศูนย์กลางทองคำดิจิทัล ช่วยเพิ่มเสถียรภาพสกุลเงินบาทไทยและเสริมสร้างความโปร่งใส พร้อมทั้งสนับสนุนการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำของหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถขยายโอกาสการลงทุนสำหรับนักลงทุนรายย่อยได้อีกด้วย
แนวทางรับมือข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของทองคำดิจิทัล
รายงาน Whitepaper ชุดนี้ระบุว่า ทองคำได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (Digitalisation) อย่างมีนัยสำคัญแล้ว โดยการซื้อขาย การหักบัญชี และการบันทึกข้อมูลในปัจจุบันดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ พร้อมทั้งมีผลิตภัณฑ์ทองคำดิจิทัลที่หลากหลายมากขึ้น เช่น โทเค็น ที่พร้อมให้บริการแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีนวัตกรรมเหล่านี้ ทองคำดิจิทัลยังคงมีขนาดที่จำกัดเนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้าง การเปิดตัวและการดำเนินงานผลิตภัณฑ์ทองคำดิจิทัลยังคงมีความซับซ้อน ขาดการกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน และมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนที่จำกัด ซึ่งส่งผลให้การบูรณาการเข้ากับระบบการเงินสมัยใหม่เป็นไปได้อย่างจำกัด
Gold as a Service ถูกนำเสนอเป็นแนวทางใหม่เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดเหล่านี้ และได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาการบูรณาการทองคำเข้ากับระบบทางการเงินดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงคุณสมบัติและคุณลักษณะพื้นฐานของทองคำ อันเป็นรากฐานสำคัญที่มีบทบาทและความเกี่ยวข้องในสังคมมานับพันปี
คุณสมบัติหลักของแพลตฟอร์มประกอบด้วย:
- การออกสินทรัพย์และบริหารจัดการผลิตภัณฑ์อย่างราบรื่น: เมื่อมีโครงสร้างและวิธีการทำงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกันจะช่วยลดความซับซ้อนในการออกสินทรัพย์และการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทองคำดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งลดความยุ่งยากในการดำเนินงาน
- ความสะดวกในการซื้อขาย: ด้วยกระบวนการมาตรฐาน แพลตฟอร์ม Gold as a Service มุ่งเพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนของทองคำดิจิทัล ให้สามารถเป็นสินทรัพย์เดียวที่คงมูลค่าและมีสิทธิทางกฎหมายที่สอดคล้องกันทั่วทั้งระบบนิเวศ
- เสริมความเชื่อมั่นในระบบ: โครงสร้างพื้นฐานร่วมจะมีระบบกระทบยอด การตรวจสอบ และการรับรองอย่างต่อเนื่องในตัว ช่วยยืนยันว่าทองคำดิจิทัลมีทองคำจริงรองรับอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกำหนดสิทธิความเป็นเจ้าของและเงื่อนไขการแลกคืนไว้อย่างชัดเจน
- ออกแบบเพื่อรองรับการเชื่อมต่อระหว่างระบบ: โครงสร้างพื้นฐานร่วมจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ทองคำดิจิทัลสามารถเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินที่มีอยู่เดิม และโครงสร้างดิจิทัลรูปแบบใหม่ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สามารถเคลื่อนย้ายและใช้งานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นในหลากหลายแพลตฟอร์ม ช่องทาง และรูปแบบการใช้งาน
- ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น: เมื่อความสามารถในการแลกเปลี่ยนและสภาพคล่องดีขึ้น ทองคำดิจิทัลสามารถขยายบทบาทเกินกว่าการเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงและสินทรัพย์สำรองแบบดั้งเดิม แต่สามารถนำไปใช้เป็นเงินทุนได้จริง เปิดโอกาสให้เกิดกรณีการใช้งานใหม่ ๆ เช่น การนำทองคำไปเป็นหลักประกันเพื่อการกู้ยืม
เดวิด เทต (David Tait) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาทองคำโลก กล่าวว่า: “บริการทางการเงินกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง และทองคำจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อรักษาบทบาทในระบบการเงินโลก Gold as a Service คือนวัตกรรมก้าวล่าสุดของสภาทองคำโลกในโครงการพัฒนาทองคำดิจิทัล ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ความโปร่งใส และประสิทธิภาพของตลาด โครงสร้างพื้นฐานร่วมสามารถช่วยให้ทองคำเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซื้อขายได้สะดวกยิ่งขึ้น และบูรณาการเข้ากับระบบการเงินสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าทองคำจะยังคงมีบทบาทสำคัญในอนาคตเช่นเดียวกับที่ผ่านมาหลายพันปี”
แมทธิอัส เทาเบอร์ (Matthias Tauber) กรรมการผู้จัดการและ Senior Partner บริษัท BCG กล่าวสริมว่า: “ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าทองคำจะพัฒนาสู่รูปแบบดิจิทัลหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าทองคำจะมีส่วนร่วมในระบบการเงินสมัยใหม่ โดยยังคงรักษามูลค่าสินทรัพย์ได้อย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร จากการร่วมมือกับสภาทองคำโลก เราได้สำรวจองค์ประกอบที่จำเป็นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับตลาดที่เชื่อถือได้สำหรับทองคำดิจิทัล”
สภาทองคำโลกขอเชิญชวนเหล่านวัตกรจากทุกภาคส่วน ทั้งนอกและในอุตสาหกรรมทองคำให้มาร่วมประชุม แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมที่สภาทองคำโลกจะสร้างขึ้นนี้ไปด้วยกัน
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


























