วันอังคาร 24 มีนาคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

ASPS ชี้สงครามพักรบ “ทรัมป์” เบรกถล่มอิหร่าน ดันหุ้นฟื้น-น้ำมันร่วงหลุด 100 เหรียญฯ ลุ้น ครม.ใหม่เข็นนโยบาย Quick Win ฟื้นเศรษฐกิจไทย ชู BGRIM-GPSC-CBG นำทีมหุ้นเด่น

29

มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ภาพรวมตลาดการลงทุนเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียด (สงครามพักรบ ตลาดพักลงชั่วคราว) หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 24 มีจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังพูดคุยเพื่อยุติสงคราม และประกาศเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน แม้ฝั่งอิหร่านจะออกมายืนยันว่าไม่มีการเจรจาใดๆ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่สวนทางกันอย่างรุนแรงและทำให้ตลาดการเงินผันผวนหนัก แต่อารมณ์ของตลาดที่ผ่อนคลายลงชั่วคราวนี้ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบโลกย่อตัวลงแรง โดยน้ำมันดิบ BRENT ปรับลดลง 10% จนหลุดระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และ WTI ดิ่งลง 10.2% สู่ระดับ 88.1 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียที่ทยอยดีดตัวกลับ อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส เตือนว่ายังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ปกติ และสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ชี้ว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) และอาจกลับมากดดันตลาดหุ้นได้ในระยะถัดไป

การเมืองไทยฉลุย ลุ้น ครม.ใหม่คลอดนโยบาย “Quick Win” ดัน GDP สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทย แม้ตัวเลขคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จะมีทิศทางชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) จากฐานที่สูงและอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว แต่เศรษฐกิจไทยยังมีสัญญาณที่สดใสขึ้นจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ราบรื่น โดยล่าสุดโผ ครม. ได้ข้อสรุปผู้ดำรงตำแหน่งแล้ว 35 ท่าน คาดว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่และประชุมนัดแรกได้ในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายน 2569 โดยคาดหวังการเร่งผลักดันนโยบายที่เห็นผลทันตา (Quick Win) เพื่อกอบกู้สถานการณ์เศรษฐกิจที่หลายสถาบันชั้นนำคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่ำเพียงเฉลี่ย 1.8% ในปีนี้ นโยบายที่สำคัญ อาทิ โครงการคนละครึ่ง พลัส (Phase 2), การคุมราคาค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย, นโยบายปิดหนี้ไวไปต่อได้ PLUS, บัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) และ BOI FAST PASS

กลยุทธ์การลงทุน: เก็งกำไรสั้นหุ้นย่อลึก รับอานิสงส์พลังงานลด จากความกังวลเรื่องสงครามในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในเดือนมีนาคมปรับฐานลงแรงถึง -8.6% (MTD) ซึ่งถือเป็นการลงที่แรงที่สุดในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 และทำให้มีหุ้นในกลุ่ม SET100 กว่า 46 บริษัท ปรับตัวลดลงเกิน -15% ในจังหวะที่อารมณ์ตลาดผ่อนคลายขึ้น บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ “เก็งกำไรสั้นๆ” ในหุ้นที่ปรับย่อตัวลงมาลึก หวังการดีดกลับ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มเด่น ได้แก่:

  1. หุ้นอิงต้นทุนแปรตามพลังงาน: ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง แนะนำ BGRIM, GPSC, BA, GLOBAL, HMPRO และ CBG
  2. หุ้นอิงการท่องเที่ยว: แนะนำ BH, CENTEL และ MINT
  3. หุ้นกลุ่มการเงิน: แนะนำ TIDLOR และ MTC

โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ CBG, GULF และ TRUE

(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำเก็งกำไรในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน โดยคาดว่ายอดขายเดือนมีนาคมจะฟื้นตัวแรงกว่า 94% MoM แตะระดับ 9 แสนคัน โดดเด่นที่ XPENG (DR: XPENG03) ที่เตรียมทดลองให้บริการ Robotaxi แบบมีผู้โดยสารจริงในครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่กว่า 11 รุ่น)

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon