วันพุธ 25 มีนาคม 2026
หน้าแรก มิติร้อน

“Amity” เทคคอมพานีสัญชาติไทย ประกาศความสำเร็จระดมทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รอบ Series D ขึ้นแท่นยอดระดมทุนด้าน GenAI สูงสุดในเซาท์อีสเอเชีย

12

มิติหุ้น – กรุงเทพฯ – อะมิตี้ (Amity) เทคคอมพานีด้าน AI ที่ก่อตั้งในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series D มูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการระดมทุนด้าน GenAI ครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การระดมทุนรอบนี้ได้รับความเชื่อมั่นจาก EDBI บริษัทการลงทุนภายใต้ SG Growth Capital เป็นผู้นำการลงทุน ร่วมด้วย Asia Partners และ SMDV พร้อมทั้งนักลงทุนรายเดิมและรายใหม่ อาทิ CMLIM Capital

เงินทุนในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้าน AI ของอะมิตี้ เร่งขยายการเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้ศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ AI (ARAC) ของอะมิตี้ที่สิงคโปร์ ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพด้านการทำตลาดในระดับภูมิภาค (Go-to-market) และเดินหน้าการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ในปี 2569 พร้อมวางเป้าหมายนำอะมิตี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2570

อะมิตี้ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์ “3Bs – Build, Buy, Bridge” ได้แก่ Build – การพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ผ่าน ARAC, Buy – การขยายธุรกิจผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป และ Bridge – การผสานและบูรณาการศักยภาพของบริษัทในเครือเข้าด้วยกัน เพื่อเร่งต่อยอดโซลูชัน AI สำหรับองค์กรสู่การนำไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์ พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน AI ระดับภูมิภาคที่กำลังเติบโตสู่เวทีโลก

นายกรวัฒน์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้ง อะมิตี้ กล่าวว่า “อะมิตี้ เป็นกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี AI ที่ก่อตั้งในประเทศไทย โดยมีศูนย์วิจัยและปฏิบัติการด้าน AI (ARAC) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในปีที่ผ่านมา รายได้ประมาณการรายปี (Annualized Revenue) ของกลุ่มบริษัทแตะระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก เติบโตขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2565 และกว่า 75% ของ EBITDA ในปี 2568 มาจากหน่วยธุรกิจของอะมิตี้ในยุโรป สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในระดับสากลได้อย่างชัดเจน”

นายกรวัฒน์ กล่าวต่อว่า “เราเชื่อมั่นว่า ‘Vertical AI’ ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะอุตสาหกรรม คือโมเดลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่ชัดเจนและวัดผลได้จริงสำหรับลูกค้า ขณะเดียวกัน ‘Agentic AI’ จะพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงเครื่องมือช่วยวิเคราะห์หรือสรุปข้อมูล แต่จะเป็นระบบอัจฉริยะที่สามารถลงมือปฏิบัติงานและขับเคลื่อนกระบวนการทางธุรกิจได้จริง และท่ามกลางบริบทดังกล่าว อะมิตี้ ได้ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series D ด้วยมูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งการพัฒนา Vertical AI และ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำศักยภาพในฐานะเทคคอมพานีสัญชาติไทยที่พร้อมแข่งขันในระดับโลก ในปีหน้าเราจะมุ่งขยายและพัฒนาศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ด AI หรือ ARAC ของเรา ควบคู่กับการเร่งขยายตัวในสองภูมิภาคหลัก ได้แก่ ยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

นายเคง เถ็ก ก๋วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อะมิตี้ กล่าวว่า “การระดมทุน Series D ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากบริษัทเทคสตาร์ทอัปไปสู่ช่วง Growth & Scale อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นเงินทุนสำคัญเพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ รวมถึงศูนย์ ARAC ที่สิงคโปร์ที่มีขีดความสามารถระดับแนวหน้า ตลอดจนการเข้าซื้อกิจการและแผนสร้างการเติบโตอื่น ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อลูกค้าองค์กรระดับโลกที่มีรากฐานจากประเทศไทย เราจะจัดสรรเงินลงทุนด้วยความมีวินัยและโปร่งใส โดยมุ่งเน้นการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจน ตลอดจนรายได้ที่ยั่งยืน และความได้เปรียบทางเทคโนโลยี พร้อมกับกับการดึงดูดบุคลากรระดับโลก เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพนักงาน”

นายทัชพล ไกรสิงขร ประธานศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ด้าน AI กรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง อะมิตี้ กล่าวว่า “เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุนในศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ AI หรือ ARAC เพื่อพัฒนา Vertical AI ที่เข้าใจบริบทและตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและโทรคมนาคมเป็นสำคัญ พร้อมกันนี้ ยังจะเร่งการพัฒนา “Agentic AI” หรือเอเจนต์อัจฉริยะที่ทำงานแบบอัตโนมัติ ตลอดกระบวนการทางธุรกิจโดยพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งอีโคซิสเทมของเรา ได้แก่ อะมิตี้ แอคเซนทิกซ์ (Amity Accentix) ผู้ให้บริการโซลูชันด้าน Voice AI, โทลล์ริง (Tollring) ผู้ให้บริการระบบวิเคราะห์การสื่อสาร, อะมิตี้ โซลูชั่นส์ (Amity Solutions) ผู้ให้บริการโซลูชัน Agentic AI, เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) ผู้ให้บริการระบบวิเคราะด้านค้าปลีกและการตลาด, และอะมิตี้-นอร์ดสตาร์ (Amity-Nordstar) ผู้ให้บริการด้าน Unified Communications แนวทางดังกล่าวสะท้อนจุดแข็งด้าน AI ของอะมิตี้ที่เชื่อมโยงและทำงานร่วมกันเป็น Integrated Ecosystem โดยผสานเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองเข้ากับการใช้งานจริงได้อย่างครบวงจร ภายใต้แนวทาง “จากงานวิจัยสู่การสร้างรายได้ (Research-to-Revenue)” ซึ่งเข้ามาช่วยปลดล็อกความท้าทายในด่านสุดท้ายของการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริง (Last-Mile Adoption) ในระดับองค์กร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายโครงการ AI ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างยั่งยืน”

นาย เยิง เจีย ลี (Yeung Chia Li) Senior Partner บริษัท EDBI บริษัทการลงทุนภายใต้ SG Growth Capital กล่าวว่า    “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับอะมิตี้ในการเดินหน้าจัดตั้งศูนย์วิจัย ARAC ในสิงคโปร์และขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป การขยายการดำเนินงานของอะมิตี้ในสิงคโปร์ ทั้งด้านการวิจัย AI การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดใหม่ จะช่วยเสริมศักยภาพในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรทั่วโลก และวางบทบาทสำคัญของกลุ่มอะมิตี้ในการผลักดันการนำ AI ไปใช้งานจริงในหลากหลายอุตสาหกรรมยิ่งขึ้น เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมสนับสนุนอะมิตี้ในการขยายการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถเหล่านี้ในสิงคโปร์ และร่วมยกระดับอีโคซิมเทมด้าน AIโดยรวม”

นายวรพล ศุภานุสนธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และพาร์ทเนอร์ บริษัท Asia Partners บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสิงคโปร์ที่เน้นลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีระยะเติบโต กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นพันธมิตรกับคุณกรวัฒน์และอะมิตี้ ในการขยายแพลตฟอร์ม AI ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างแท้จริงออกสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป จากผลการดำเนินงานของอะมิตี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นถึงความแข็งแกร่งของอีโคซิสเทมทางธุรกิจและศักยภาพด้าน AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างกว้างขวางในหลากหลายอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ ‘Build, Buy, Bridge’ ของอะมิตี้ที่ผสานการวิจัยและพัฒนาภายในองค์กรเข้ากับการควบรวมกิจการอย่างมีวินัยเพื่อยกระดับธุรกิจซอฟต์แวร์ที่เข้าซื้อมาให้เป็นแพลตฟอร์ม AI ถือเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการคว้าโอกาสจากตลาด AI สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ในภูมิภาค เรายินดีที่จะได้สนับสนุนการเติบโตในช่วงต่อไปของอะมิตี้ เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัท  AI ชั้นนำที่มีรากฐานจากประเทศไทย”

SMDV บริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) จากอินโดนีเซีย ระบุว่า “อะมิตี้ได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง โดยผสานศักยภาพด้านซอฟต์แวร์ระดับองค์กรเข้ากับกลยุทธ์ที่ชัดเจนในด้าน Vertical AI และ Agentic AI โดยบริษัทมีความพร้อมในการขยายเทคโนโลยีและระบบนิเวศไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป SMDV พร้อมสนับสนุนอะมิตี้ในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะถัดไป”

“ความสำเร็จจากการระดมทุนในครั้งนี้ทำให้ยอดเงินระดมทุนรวมของอะมิตี้เพิ่มขึ้นเป็น 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เคยประกาศไว้ในช่วงปลายปี 2567 และด้วยรายได้ประมาณการรายปี (Run-rate Revenue) ของกลุ่มบริษัทที่สูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนทีมงานระดับโลกที่กระจายอยู่ใน 4 ทวีป ทำให้เรามีศักยภาพและทรัพยากรพร้อมในการขับเคลื่อนกลยุทธ์สามเสาหลักนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอะมิตี้จะเดินหน้าซื้อกิจการบริษัทซอฟต์แวร์ในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ พร้อมเร่งพัฒนาและต่อยอด Vertical AI ให้สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในตลาดโลก เราเชื่อว่าอะมิตี้จะสามารถก้าวเป็น AI Champion ของไทยและภูมิภาค โดยปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ามีรายได้ต่อปี 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเตรียมความพร้อมสำหรับการนำอะมิตี้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2570 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่อันยิ่งใหญ่ของกลุ่มบริษัท  อะมิตี้ ในอนาคต” นายกรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon